เป็นวันที่สองแล้วค่ะที่ทางศิษยานุศิษย์หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ร่วมกันขนย้าย สัตว์ป่าหิมพานต์ ที่ประกอบร่วมเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ซึ่งด้านหลังนี้คือจุดที่จะวางเมรุลอยภายในพื้นที่พุทธมณฑลอีสานค่ะ)
เวลา 10:00 น.เจ้าหน้าที่ และศิษยานุศิษย์ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ร่วมใจกันนำรูปปั้นสัตว์ป่าหิมพานต์ และนาค ขึ้นรถ 6 ล้อ จากบริเวณบึงศรีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น สถานที่ก่อสร้าง เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ มายังพุทธมณฑลอีสาน เพื่อเตรียมประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เนื่องจาก เมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ถูกออกแบบให้สามารถถอดประกอบได้ เนื่องจากแต่ละชิ้นส่วนมีขนาดใหญ่ แต่ทางด้าน รศ.ดร.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ไม่ได้หนักใจเรื่องการขนย้าย เนื่องจากมีศิษยานุศิษย์ ร่วม100 ชีวิต ที่มาร่วมกันช่วยขนย้ายตั้งแต่เมื่อวาน
หลังจากขนย้ายส่วนประกอบเมรุลอยเสร็จเรียบร้อย จะทำการประกอบเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ และประดับตกแต่งใหม่จนสวยงาม ซึ่งด้านในเมรุลอยรูปนกหัสดีลิงค์นั้น จะมีโลงทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นล่างสุด เป็นโลงแสตนเลสที่ทางมหาวิทยาลัยให้ความสำคัญมาก เนื่องจากจะเป็นโลงที่เก็บเถ้ากระดูกของหลวงพ่อคูณ เพราะเมื่อทำพิธีเผาสรีระสังขารแล้ว เถ้าจะไหลลงไปในโลงแสตนเลส โดยจะปิดล๊อคด้วยกุญแจ 4 ดอกอย่างแข็งแรง และเทิร์นด้วยไม้จิก ซึ่งเป็นไม้ที่ ตามขนบธรรมเนียมอีสาน จะใช้ไม้จิกเพราะมีคุณสมบัติติดไฟแรง และทนทาน ส่วนโลงที่สองด้านบน เป็นโลงหลวงพ่อ ซึ่งด้านนอกก็จะมีบุษบก จะสามารถมองเห็นโลงอีก1 โลง เรียกว่าโลงหลอก ที่ตกแต่งสวยงาม ซึ่งการให้ความสำคัญอันดับ1 คือโลงที่อยู่ในตัวนกโดยเฉพาะโลงแสตนเลส เนื่องจาก เป็นโลงเถ้าที่จะต้องนำไปลอยอังคารที่แม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย ตามพินัยกรรมค่ะ
สำหรับวันนี้ มีการประชุมหารือร่วมของ3 จังหวัด มีขอนแก่น นครราชสีมาและหนองคาย ในการร่วมจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณ อย่างเรียบง่ายที่สุดตามพินัยกรรมระบุไว้ แต่ให้ออกมาสมเกียรติมากที่สุดค่ะ