เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) "จามาล คาช็อกกี" คดีสะท้านโลกที่กำลังจะเลือนหาย

05 ม.ค. 2562 | lastman

(คลิปข่าว) "จามาล คาช็อกกี" คดีสะท้านโลกที่กำลังจะเลือนหาย

การฆาตกรรมปริศนานายจามาล คาช็อกกี คอลัมนิสต์ชาวซาอุดีอาระเบีย และผู้ที่นิตยสารไทม์เลือกให้เป็นหนึ่งในบุคคลแห่งปี โดยสามารถโยงใยไปถึงระดับองค์มกุฏราชกุมารซาอุฯ และแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของสหรัฐฯ ที่เลือกรักษาพันธมิตรในตะวันออกกลางเอาไว้ มากกว่าความยุติธรรม และนี่ก็คือข่าวต่างประเทศแห่งปี 2561

"ผมหายใจไม่ออก"คือคำพูดสุดท้ายของ "จามาล คาช็อกกี" คอลัมนิสต์ของวอชิงตัน โพสต์ที่บันทึกโดยแอ๊ปเปิล วอทช์ ที่เชื่อมกับโทรศัพท์มือถือไอโฟนและบัญชีไอคลาวด์ที่เขาทิ้งไว้กับเฮทิซ เซนกิซคู่หมั้นที่รออยู่นอกสถานกงสุลซาอุดิอาระเบียในอิสตันบูลของตุรกีที่แสดงให้เห็นว่า แม้คาช็อกกีระวังตัวอยู่ตลอดเวลา แต่ก็พลาดท่าติด"กับดัก" ของทีมสังหาร 15 คนที่ส่งตรงจากซาอุดิอาระเบียจนได้

การติดกับดักของคาช็อกกีเริ่มจากการไปขอเอกสารแสดงการหย่าร้างจากภรรยาคนแรกที่สถานทูตซาอุฯ ในกรุงวอชิงตันเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการแต่งงานใหม่กับคู่หมั้น

แต่ทางสถานทูตให้ไปขอที่สถานกงสุลที่อิสตันบูลตอนที่เข้าไปครั้งแรก เมื่อวันที่ 28 กันยายน คาช็อกกีได้รับการต้อนรับอย่างดีแต่เอกสารไม่เรียบร้อย จึงต้องไปติดต่ออีกครั้งในวันที่ 2 ตุลาคมซึ่งมีเวลาเหลือเฟือที่เพชฌฆาตจะไปรอเขาที่สถานกงสุล

การตายของคาช็อคกีถูกโยงกับมกุฏราชกุมารโมฮัมเหม็ดบิน ซัลมาน หรือที่รู้กันในชื่อ MBSเพราะขึ้นชื่อในเรื่อง "กำจัด"ทุกคนที่วิพากษ์วิจารณ์พระองค์ และคาช็อกกีก็เป็นคนที่ถูกหมายหัวจนต้องขอลี้ภัยตัวเองไปอยู่สหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว แต่สิ่งที่ทำให้โลกรุมประนามก็คือข่าวที่ออกมาเป็นระยะว่า "คาช็อกกีตายอย่างไร และสยดสยองเพียงใด"

ซึ่งมีตั้งแต่การถูกตัดนิ้วเพื่อส่งไปถวายMBS ถูกแยกเป็นชิ้นทั้งที่ยังมีลมหายใจชิ้นส่วนศพถูกนำไปทิ้ง ถูกทำลาย หรือไม่ก็ถูกส่งกลับไปซาอุฯ

ทางการซาอุฯพยายามดิ้นสุดตัวว่าไม่เกี่ยวข้อง พร้อมๆ กับการปกป้อง MBS แต่ฝ่ายตุรกีก็ปล่อยทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดกับเทปเสียงออกมามัดตัวขึ้นเรื่อยๆในที่สุดก็ยอมรับว่า คาช็อกกีตายจริงแต่เป็นเพราะทีมที่ส่งไปสอบสวนพลั้งมือทำรุนแรงเกินคำสั่ง แต่ข้อแก้ตัวนี้ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น และยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อรายงานของ CIA ฟันธงว่า MBS คือผู้บงการตัวจริงให้ปลิดชีพคาช็อกกี

แต่รายงานของ CIA ก็ถูกมองว่า ไม่ได้มีผลอะไรในเมื่อรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำตัวเป็นลูกพี่ใหญ่คอยปกป้องซาอุฯด้วยเพราะผลประโยชน์ต่างตอบแทนมูลค่ามหาศาล

โดยเฉพาะการที่ซาอุฯเป็นผู้ส่งออกน้ำมันอันดับ 1 ของโลก ถ้าถูกลงโทษก็อาจตอบโต้ด้วยการลดการผลิตน้ำมันที่จะทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่ง ทั้งยังกุมงบกลาโหมสูงอันดับ 3 ของโลก และส่วนใหญ่เป็นการทำสัญญาซื้อขายอาวุธกับสหรัฐฯ ทั้งสิ้น

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะเห็นละครตบตาที่ซาอุฯอ้างว่ากำลัง "ดำเนินการ" คนที่เกี่ยวข้องกับการตายของคาช็อกกีแต่ไม่ยอมส่งตัวให้ตุรกี ด้วยเพราะความจริงที่ว่า พวกเขาเป็นคนของ MBS เชื่อกันว่าอีกหน่อยเรื่องราวของคาช็อกกีอาจจะเลือนหายไปแบบเดียวกับศพของเขาเหลือไว้เพียงคำยกย่องสุดท้ายจากนิตยสารไทม์ ที่ให้เขาขึ้นปก ภายใต้คำบรรยาย"The Guardians and the War on Truth" หรือผู้พิทักษ์และสงครามแห่งความจริง ในฐานะ "บุคคลแห่งปีของไทม์ ประจำปี 2018"

ข่าวล่าสุด