พาณิชย์คาดผลผลิตข้าวไทยปีนี้แตะ 21.2 ล้านตัน
04 ม.ค. 2562 | tananya_nak

พาณิชย์คาดผลผลิตข้าวโลกปีนี้อยู่ที่ 490.7 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.7% จากปีก่อน เหตุผู้ผลิตหลักทั้งจีนและอินเดียมีปริมาณการผลิตลดลง ส่วนไทยจะมีปริมาณผลผลิต 21.2 ล้านตันข้าวสาร
ข่าว
04 ม.ค. 2562 | tananya_nak

พาณิชย์คาดผลผลิตข้าวโลกปีนี้อยู่ที่ 490.7 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 0.7% จากปีก่อน เหตุผู้ผลิตหลักทั้งจีนและอินเดียมีปริมาณการผลิตลดลง ส่วนไทยจะมีปริมาณผลผลิต 21.2 ล้านตันข้าวสาร
ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ พิมพ์ชนก วอนขอพร ระบุ สถานการณ์การผลิตข้าวปีการผลิต 2561/62 คาดว่าโลกจะมีการผลิตข้าวทั้งหมด 490.7 ล้านตันข้าวสาร ลดลงจากปี 2560/61 ที่มีปริมาณการผลิต 494.31ล้านตันข้าวสาร หรือลดลง 0.7% โดยประเทศที่มีปริมาณการผลิตข้าวสูงสุด คือ จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ส่วนไทยมีพื้นที่เพาะปลูก 69.62 ล้านไร่ ปริมาณผลผลิต 21.2 ล้านตันข้าวสาร
ปีการผลิตหน้าโลกจะมีปริมาณผลผลิตข้าวลดลง เพราะคาดว่าจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีปริมาณผลผลิตข้าวสูงจะมีปริมาณผลผลิตลดลง โดยจีนยังคงมีสต็อกข้าวคงเหลือปลายปีสูงถึง 109 ล้านตันข้าวสาร หากนำข้าวในสต็อกออกมาขายตลาดต่างประเทศ จะเกิดผลกระทบกับการส่งออกข้าวของไทย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มแอฟริกาและตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นตลาดหลักในการส่งออกข้าวนึ่งของไทย
ในปัจจุบันผู้บริโภคสนใจบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น ข้าวนึ่งเป็นหนึ่งในอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยมีวิตามินบีและวิตามินอีสูงกว่าข้าวขาว ไทยซึ่งมีศักยภาพสูงในการผลิตข้าวนึ่งจึงควรศึกษาพฤติกรรมการบริโภคในตลาดอื่นๆ รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาการผลิตข้าวนึ่งให้มีคุณภาพและราคาที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
สำหรับสหรัฐซึ่งเป็นตลาดส่งออกข้าวอันดับ 2 ของไทย มีแนวโน้มนำเข้าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยไทยยังมีความเสี่ยงที่จะถูกทดแทนด้วยข้าวจากประเทศคู่แข่งที่มีราคาต่ำกว่า การเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาด้านราคาของประเทศคู่แข่ง เช่น การประชาสัมพันธ์เอกลักษณ์ของข้าวหอมมะลิไทย การเน้นย้ำความแตกต่างของคุณภาพให้กับผู้บริโภคในระดับโลกจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันดำเนินการ
รวมทั้งการพิจารณานำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เช่น การนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้ในการสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในอาหารและแหล่งกำเนิดสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร ก็อาจเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยยกระดับมาตรฐาน และเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ส่งออกไทยในการส่งออกข้าวไปยังตลาดต่างประเทศ
ปัจจุบัน อินเดียและเวียดนามคู่แข่งการส่งออกข้าวสำคัญของไทยในตลาดโลกได้พัฒนาศักยภาพในการผลิตและพัฒนาพันธุ์ข้าวที่หลากหลายและราคาที่ต่ำกว่าไทย แม้ว่าไทยจะเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวที่มีศักยภาพและเป็นที่ยอมรับในตลาดโลกไทยก็ยังต้องพัฒนาสายพันธุ์ข้าวและลดต้นทุนการผลิตเพื่อคงความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน ไทยก็สามารถเพิ่ม/หาโอกาสการส่งออกข้าวที่มีราคาสูง
สำหรับตลาด niche เช่น ข้าวอินทรีย์และข้าวสีต่างๆ เพื่อตอบสนองต่อผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ภาครัฐควรใช้จุดแข็งของไทยในด้านการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร มาส่งเสริมการผลิต/พัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามที่เพิ่มมูลค่าจากข้าว เช่น ครีม เครื่องสำอาง และอาหารเสริม ให้มีคุณภาพและมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรของไทยอย่างยั่งยืนด้วย
ในปีที่ผ่านมา กระทรวงฯได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าข้าวและผลิตภัณฑ์จากข้าวทั้งในและต่างประเทศ ผ่านช่องทางการค้าปกติและช่องทาง E-commerce ไม่ว่าจะเป็นโครงการ"Thai Rice Flagship Store" บนเว็บไซต์ Tmall.com โครงการ "Rice Plus Award 2018" การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ข้าวไทย