ล่าสุด พล.ต.กฤษณ์ จันทรนิยม โฆษกกองทัพไทย แถลงว่า พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทยส่วนหน้า ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา และหน่วยทหารในพื้นที่ จัดชุดบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็ว ตามแผนบรรเทาสาธารณภัยกองทัพไทย ปี 60 เพื่อประสานความร่วมมือในการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมทั้งเตรียมรับมือและเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
พร้อมยังได้สั่งการให้กองทัพบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในพื้นที่ เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการอพยพเคลื่อนย้ายคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งของจากพื้นที่เสี่ยงภัย รวมทั้งการบริการด้านการแพทย์ การแจ้งเตือนข่าวสารแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมแผนการฟื้นฟูพื้นที่ภายหลังสถานการณ์คลี่คลายด้วย
ขณะที่กองทัพอากาศ มีการประชุมหน่วยงานงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและเตรียมความพร้อมการให้ความช่วยเหลือประชาชนเช่นกัน โดย พล.อ.อถาวรวัฒน์ จันทนาคม ผู้ช่วย ผบ.ทอ.ในฐานะรองผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ เป็นประธานประชุมทางไกลด้วยระบบวีดีโอ เทเลคอนเฟอร์เรนซ์ ร่วมกับผู้บังคับการกองบิน 2 จังหวัดลพบุรี กองบิน 5 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กองบิน 6 ดอนเมือง กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี กองบิน 56 จังหวัดสงขลา และกองกำลังทางอากาศเฉพาะกิจที่ 9 จังหวัดปัตตานี รวมทั้งศูนย์ยุทธการทางอากาศ เพื่อเตรียมความพร้อมอากาศยาน ยานพาหนะ และพัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ในการให้ความช่วยเหลือประชาชน ทั้ง เฮลิคอปเตอร์ค้นหาและช่วยชีวิตแบบ EC-725 จำนวน 2 เครื่อง เฮลิคอปเตอร์ Bell-412 จำนวน 1 เครื่อง พร้อมปฏิบัติหน้าที่ภายใน 30 นาที นอกจากนั้นยังมีเครื่องบิน C-130 จำนวน 2 ลำ สำหรับลำเลียงความช่วยเหลือต่างๆ จากส่วนกลาง พร้อมปฏิบัติหน้าที่ภายใน 2 ชั่วโมง