ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 พ.ย. 61 เห็นชอบมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศโดยการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตกระแสไฟฟ้า โดยให้ กฟผ.รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินจำนวน 160,000 ตัน ในราคากิโลกรัมละ 18 บาท โดยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง ก.พาณิชย์ กับ ก.พลังงาน เพื่อนำไปใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ บอกว่า ทันทีที่มีมติ ครม.เรื่องการรับซื้อผลผลิตปาล์ม ราคาผลปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มก็ขยับตัวสูงขึ้นซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ดังนั้นกระทรวงพาณิชย์จะทำหน้าที่ในการสนับสนุนการจัดหาน้ำมันปาล์มดิบ ให้แก่ กฟผ.และยืนยันว่ารัฐบาลมีความพยายามที่จะปรับสมดุลอุตสาหกรรมปาล์มในระยะยาว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ บอกว่า มาตรการนี้ กฟผ.จะนำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง ซึ่งจะใช้ผลิตไฟฟ้าเดือนละ 30,000 ตัน เริ่มกลางเดือน ม.ค. 62 และประมาณเดือน พ.ค.- มิ.ย.62 กฟผ.จะรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบครบ 150,000-160,000 ตัน ซึ่งการใช้น้ำมันปาล์มดิบผลิตไฟฟ้าจะช่วยลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบลงจาก 450,000 ตัน เหลือประมาณ 300,000 ตัน และยังมีมาตรการให้ ขสมก. ใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ในรถเมล์ 2,000 คัน
ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน จะเป็นหน่วยงานสนับสนุนการจัดหาน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. ตั้งแต่ขั้นตอนการกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีดำเนินมาตรการ รับสมัครผู้ต้องการเสนอขายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่ กฟผ. คัดเลือกและจัดสรรปริมาณขาย เพื่อให้ กฟผ. ทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง รวมทั้งมอบสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและประสานหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสนับสนุนความช่วยเหลือในระดับพื้นที่ เพื่อให้ราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรอยู่ในระดับสูงกว่า 3 บาทต่อกิโลกรัม