โดยจุดแรก และจุดที่สอง บริเวณถนนสายเอเชีย ช่วง กม.0 เส้นทางต่างระดับบางปะอิน จากนั้นไปตรวจเยี่ยมหน่วยบริการประชาชนทางหลวงวังน้อย เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน ส่วนจุดที่สาม และจุดที่สี่ บริเวณสายอีสาน ถนนพหลโยธิน กม.74 ช่วงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ กม.102 ช่วง จ.สระบุรี ซึ่งเป็นจุดปิดและเปิดช่องทางพิเศษในการเดินรถ
ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่า ถนนสายเอเชีย มีปริมาณรถค่อนข้างมาก แต่ยังสามารถเคลื่อนตัวได้ โดยช่วงทางต่างระดับอินท์บุรี ซึ่งเป็นรถที่มาจากนครสวรรค์ เข้าสู่สิงห์บุรีนั้น รถเคลื่อนตัวได้ช้า และชะลอตัว เพราะเป็นทางร่วม ทั้งนี้ จึงมีการเปิดช่องทางพิเศษเพิ่มอีก 1ช่องทาง เพื่อเร่งระบายรถ และช่วงต่างระดับบางปะอินที่จะตัดเข้าสู่ถนนพหลโยธิน รถเคลื่อนตัวได้ดี ท้ายแถวสะสม 5 กิโลเมตร
ส่วนสายอีสาน ช่วงถนนมิตรภาพ ต่างระดับสีคิ้ว รถหนาแน่นมากที่สุด และเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ เพราะรับรถมาจาก 3 เส้นทาง ดังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เปิดช่องทางพิเศษ เพื่อเร่งระบายรถ โดยมีท้ายแถวสะสมประมาณ 3 กิโลเมตร ทั้งนี้ เมื่อเข้าสู่ถนนพหลโยธิน ตั้งแต่ กม.102 จ.สระบุรี ได้มีการเปิดช่องทางพิเศษเพิ่มอีก 3ช่องทาง ทำให้รถขาเข้ากรุงเทพมหานคร ขณะนี้เพิ่มเป็น 8 ช่องทาง ในระยะทาง 28กิโลเมตร ทำให้รถคล่องตัวแม้จะมีปริมาณรถมากค่อนข้างมาก