หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พร้อมด้วยกลุ่มผู้สมัครเลือกตั้งหน้าใหม่เขตกรุงเทพฯ ร่วมกันทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ที่ลานคนเมืองศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
โดยนายอภิสิทธิ์ บอกถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การ้ลือกตั้งของพรรคหลังเข้าสู่ปี2562 ว่าพรรคยังทำงานในสมมุติฐานว่าจะมีการเลือกตั้งวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 และคาดว่าสัปดาห์แรกจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการทำบัญชีผู้สมัครรับเลือกตั้งทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งผู้สมัครหลายคนก็เริ่มทยอยลงพื้นที่แล้ว และกำลังจะมีการประชุมบรรยายให้ผู้สมัครรับทราบเกี่ยวกับกฎหมายและการเงินในการเลือกตั้งในสัปดาห์ที่ 2 หรือ 3 ของเดือนนี้ ส่วนเรื่องนโยบายทางพรรคจัดทำเสร็จสิ้นหมดแล้วและกำลังทยอยเปิดนโยบายต่อเนื่อง
ส่วนปัญหาเรื่องการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง อย่างปัญหาผู้สมัครทับซ้อนกันในบางพื้นที่ นายอภิสิทธิ์บอกว่า เป็นเรื่องธรรมดาเมื่อมีผู้ประสงค์จะลงเลือกตั้งหลายคน ก็ต้องมีกระบวนการพิจารณา ทางพรรคมีกระบวนการตามกฎหมายครบถ้วนในการรับฟังความเห็น ส่วนจังหวัดชุมพรที่ยังไม่ได้เห็นชอบนายชุมพล จุลใส ลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับญาติที่ลงสมัครรับเลือกตั้งพรรคการเมืองอื่น และเป็นบุคคลที่เคยลงสมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในนามพรรคประชาธิปัตย์ด้วย จึงอาจทำให้เกิดความสับสน โดยนายชุมพลจะชี้แจงกับรองหัวหน้าพรรคที่ดูแลภาคใต้ ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณา ซึ่งตอนนี้มีบุคคลประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้งเขตของนายชุมพลหลายคน แต่คงต้องให้สิทธิ์นายชุมพลก่อนในฐานะอดีต ส.ส. สาวนภาพรวมตอนนี้มีประมาณ 10 กว่าเขตทั่วประเทศที่ยังไม่ได้ให้ความเห็นชอบ
นายอภิสิทธิ์ ยังบอกถึงกระแสข่าวเลื่อนเลือกตั้งเนื่องจากพิมพ์บัตรไม่ทันว่า หากนับจากวันรับสมัครเลือกตั้งไป กกต. ยังมีเวลาเหลืออีกอยู่กว่า 1 เดือน หากดูการเลือกตั้งในต่างประเทศ สามารถพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีชื่อผู้สมัครด้วยได้ภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ จึงย้ำว่า กกต. มีหน้าที่สำคัญที่ต้องช่วยให้เกิดความน่าเชื่อถือ อะไรที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงจะไม่เป็นผลดีในส่วนรวม
ส่วนปัญหาเสถียรภาพขององค์กรอิสระ หลังจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยุติคดีนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายอภิสิทธิ์บอกว่า การปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา ยึดถือหลักการกฎหมาย ยึดถือหลักธรรมาภิบาล จะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด หากเกรงกลัวต่ออำนาจอื่นสุดท้ายจะเผชิญกับวิกฤตศรัทธา แต่ต้องยอมรับว่าขณะนี้องค์กรอิสระถูกจับจ้องและมีข้อกังขาอยู่หลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีนาฬิกาหรูที่สังคมส่วนใหญ่มีข้อกังขามาก ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีคำวินิจฉัยออกมาและไม่ได้มีคำอธิบายชัดเจน ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องอธิบายให้ชัดถึงบรรทัดฐานการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และสิ่งที่ ป.ป.ช.ยังไม่ได้อธิบายคือกรณีอาจเข้าข่ายรับของที่มีมูลค่าเกินหรือไม่ขณะอยู่ในตำแหน่ง ซึ่งต้องพิจารณาทั้งลักษณะการยืม มูลค่าสิ่งของ และการครอบครองถือว่าเป็นเจ้าของมากน้อยแค่ไหน
นายอภิสิทธิ์ ยังบอกถึงกระแสข่าวการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคเพื่อไทย โดยให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็นนายกรัฐมนตรีว่า แนวคิดรัฐบาลแห่งชาติมีการพูดกันมาหลายครั้ง ซึ่งเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นจากความเห็นพ้องต้องกันของทุกฝ่าย ไม่ใช่จะตั้งตัวเองขึ้นมาแล้วบอกให้ทุกคนมาร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และวันนี้ยังไม่เห็นเหตุผลอะไรที่จะต้องเดินตามแนวทางนี้ ไม่ว่าใครจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ตาม เพราะสิ่งที่สังคมโลกจับตา คือประเทศไทยจะกลับมาสู่ความเป็นประชาธิปไตยตามมาตรฐานสากลได้หรือไม่
นายอภิสิทธิ์ มั่นใจด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้เกินกว่า 100 ที่นั่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ หากไม่ถึงตนเองก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ ส่วนจะได้มากน้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วหรือไม่ ต้องประเมินจากจำนวนพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้งและการคิดคำนวณคะแนนเสียงของระบบการเลือกตั้งแบบใหม่ หากเอาจำนวนคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 2554 มาคิดคำนวณตามระบบจัดสรรปันส่วนผสม ก็จะได้ที่นั่งราว 140 กว่าที่นั่ง แต่หวังว่าจะได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ก็ ขึ้นอยู่กับเสียงสนับสนุนจากประชาชน
สำหรับแนวความคิดที่ต้องการให้พรรคการเมืองใหญ่จับมือกันจัดตั้งรัฐบาล เพื่อสกัดกั้นการสืบทอดอำนาจ นายอภิสิทธิ์บอกว่า ถ้าวุฒิสภาเคารพการตัดสินใจของประชาชน มันก็จะเข้าสู่หลักการประชาธิปไตยโดยปกติ และการจะจับมือกันจัดตั้งรัฐบาลต้องมีความเป็นหนึ่งเดียวกันในเชิงความคิด ไม่เช่นนั้นรัฐบาลที่เกิดขึ้นจะบริหารงานบนความสับสน และอาจทำให้คนมองว่าเป็นการแบ่งผลประโยชน์ทางการเมือง วันนี้จึงต้องทำให้สังคมสนใจเกี่ยวกับแนวทางการนำพาประเทศมากกว่าทั้งเรื่องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ทุจริตคอรัปชั่น