นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา ส่งสารอวยพรถึงพี่น้องประชาชนในวันขึ้นปีใหม่ โดยระบุตอนหนึ่งว่า ตนตระหนักดีว่าประชาชนมีความคาดหวังต่อการปฏิบัติหน้าที่ของศาลยุติธรรมไว้สูงเพียงใด ดังนั้นตลอดรอบระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ภารกิจที่สำคัญประการหนึ่งที่ได้ดำเนินการจนถือได้ว่าประสบความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญก็คือ การแก้ไขปัญหาความล่าช้าในกระบวนพิจารณา ปัจจุบันนี้คดีความแต่ละคดีที่ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลชั้นอุทธรณ์ ใช้เวลาในการทำคำพิพากษาจนเสร็จสิ้นเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน สำหรับในศาลฎีกาซึ่งเป็นศาลสุดท้ายนั้น คดีที่ได้ยื่นฎีกาในปี 2560 ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาเสร็จสิ้นไปทั้งหมดแล้ว ส่วนคดีความทั้งหมดที่ยื่นฎีกาในปี 2561 คาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการภายในปี 2562 ขอให้คำมั่นว่านับแต่นี้ คดีที่ได้ยื่นฎีกาต่อศาลฎีกา จะดำเนินการพิจารณาพิพากษาให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ซึ่งจะทำให้ข้อกังวลในเรื่องความอยุติธรรมอันเกิดจากความยุติธรรมที่ล่าช้าได้หมดสิ้นไป
ประธานศาลฎีกายังได้อัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ตลอดจนพระบุญญาบารมีแห่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดประทานพรให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเจริญรุ่งเรือง สุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีความมั่นคงกล้าหาญดำรงตนในศีลธรรม ประสบความสำเร็จในชีวิตและความก้าวหน้าในอาชีพการงานตลอดไป