สำหรับอุปสรรคปัญหาที่ทำให้เรื่องนี้ล่าช้า ก็เพราะต้องขอข้อมูลจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายนาฬิกาหรูในต่างประเทศ ว่าใครคือผู้ซื้อและเป็นเจ้าของนาฬิกาตัวจริง แต่การขอข้อมูลส่วนนี้ไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายนาฬิกามากนัก เนื่องจากข้อมูลลูกค้ามักเป็นความลับ โดยนาฬิกาหรูที่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของ ป.ป.ช. มีทั้งสิ้น 22 เรือน จากที่ปรากฏภาพทางสื่อมวลชน 25 เรือน เพราะมีภาพซ้ำกัน 3 เรือน
ส่วนความเคลื่อนไหวของ พลเอกประวิตร ตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งหนังสือชี้แจง ป.ป.ช.ไปแล้ว 4 ครั้ง อ้างว่านาฬิกาหรูทั้งหมดเป็นของเพื่อน ยืมเพื่อนมาใส่ และส่งคืนเพื่อนไปหมดแล้ว ขณะที่แหวนเพชรที่เห็นสวมในภาพถ่ายพร้อมกับนาฬิกาหรูนั้น เป็นของแม่ และราคาไม่ถึง 2 แสนบาท จึงไม่อยู่ในข่ายต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน
ขณะที่บิ๊กป้อม ตอบคำถามนักข่าวเรื่องนี้ที่ท่าอากาศยานทหาร บน.6 โดยบอกว่า ไม่สนใจกระแสโจมตี หาก ป.ป.ช.สรุปว่าเรื่องนาฬิกาหรูไม่มีมูลความผิด เพราะเรื่องจริงก็ต้องเป็นเรื่องจริง นาฬิกาเป็นของเพื่อน และได้คืนไปหมดแล้ว โดยทั้งหมดยืมมาจากเพื่อนเพียงคนเดียว ส่วนใครเป็นเจ้าของนาฬิกาตัวจริง หรือเพื่อนซื้อมาจากที่ไหน ซื้อต่อจากใคร "บิ๊กป้อม" บอกว่า ไม่รู้อะไรเลย