ขณะที่การขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครอง กัญชาและกระท่อม ให้สิทธิ เฉพาะ 1.หน่วยงานของรัฐ ที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัยหรือการเรียนการสอนวิชาด้านการแพทย์ , เกษตรศาสตร์, 2.หน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่ป้องกัน ปราบปรามและแก้ปัญหายาเสพติด หรือสภากาชาดไทย, 3.ผู้ประกอบวิชาชีพเครือข่ายแพทย์ ทั้งไทย และหมดพื้นบ้านตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด, 4.สถาบันอุดมศึกษาที่ศึกษาและวิจัย และเรียนด้านการแพทย์, 5.ผู้ประกอบอาชีพเกษตรที่รวมตัวเป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งจดทะเบียนตามกฎหมาย, 6.ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศ, 7.ผู้ป่วยที่เดินทางระหว่างประเทศที่มีความจำเป็นต้องใช้ยาเสพติดติดตัว, 8.ผู้ขออนุญาตที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเห็นชอบ ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับอนุญาตสามารถส่งต่อให้กับทายาทหรือผู้ได้รับความยินยอมได้ กรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตเสียชีวิตก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ
นอกจากนั้นยังคลายล็อคให้ ทดลองเพาะปลูก, ผลิตและทดสอบ,เสพหรือครอบครองในปริมาณที่กำหนด ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเห็นสมควร แต่ต้องเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัย การลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด หรือ ป้องกัน ปราบปราม และแก้ปัญหายาเสพติดให้โทษ
ขณะที่บทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายต้องถูกจำคุก และ ถูกลงโทษปรับด้วย อาทิ การครอบครองเพื่อจำหน่าย ไม่ถึง 10 กิโลกรับ จำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท, ครอบครองเกิน 10 กิโลกรัม จำคุก 1- 15 ปี ปรับ 1แสน-1ล้านบาท เป็นต้น ทั้งนี้ในร่างกฎหมายกำหนดให้เมื่อร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้ว 3 ปี ให้คณะกรมการควบคุมยาเสพติด ทบทวนการให้ใบอนุญาตทุกๆ 6 เดือน