รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ศิริ จิระพงษ์พันธ์ บอกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ได้ติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2561 มีแนวโน้มราคาลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการผ่อนปรนเงื่อนไขการคว่ำบาตรอิหร่านของสหรัฐและการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ รวมทั้งกลุ่มโอเปกพลัส ที่เพิ่มขึ้นในเดือนมกราคม 2562 นี้
ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบลดจาก 80.05 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 // คงเหลือที่ 53.56 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อ วันที่ 21 ธันวาคม 2561 เทียบเท่ากับราคาส่วนลดประมาณ 5.00 บาทต่อลิตร จึงสามารถลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในกลุ่มดีเซลและเบนซินลิตรละ 1 บาท ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบลดจาก 80.05 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2561 คงเหลือที่ 53.56 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อ วันที่ 21 ธันวาคม 2561 เทียบเท่ากับราคาส่วนลดประมาณ 5.00 บาทต่อลิตร จึงสามารถลดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงทั้งในกลุ่มดีเซลและเบนซินลิตรละ 1 บาท
โดยแบ่งเป็นการลดลง 50 สตางค์/ลิตร จากการลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และอีก 50 สตางค์/ลิตร เป็นการขอความร่วมมือจากผู้ค้าน้ำมันลดค่าการตลาดลง จากปัจจุบันที่มีค่าการตลาดอยู่ที่ราว 2.60-2.70 บาท/ลิตร
ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 29,000 ล้านบาท และคาดว่า ในอีก 4 เดือนข้างหน้า ฐานะกองทุนฯ จะอยู่ที่ 4 หมื่นล้านบาท นับเป็นอัตราที่เหมาะสมในการดูแลเสถียรภาพราคาพลังงานในอนาคตหากผันผวน
ส่วนกรณีวินมอเตอร์ไซด์ ผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดิมมีนโยบายจะลดราคาให้ 3 บาท/ลิตร แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ราคาน้ำมันดิบลดลง ความจำเป็นลดราคาก็น้อยลง ซึ่งเรื่องนี้ให้กระทรวงการคลังพิจารณาว่าการช่วยเหลือจะนำไปเป็นส่วนอื่นหรือไม่อย่างไร