พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยถึง จำนวนผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามในการสมัครเป็นสมาชิกรวมทั้งสิ้น 7,056 คน โดยแยกเป็นสมัครด้วยตนเองจำนวน 6,551 คน สมัครด้วยตนเองพร้อมหนังสือแนะนำชื่อจากองค์กร จำนวน 505 คน
โดยมีผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดจำนวน 2,746 คนแยกเป็นสมัครด้วยตนเอง 2,294 คนและสมัครด้วยตนเองพร้อมหนังสือแนะนำชื่อจากองค์กรจำนวน 452 คน
จังหวัดที่มีผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดมากที่สุด 5 อันดับแรก คือกรุงเทพฯ 74 ราย / นครราชสีมา 57 ราย / ราชบุรี 56 ราย ปทุมธานี 53 ราย และสงขลาอีก 52 ราย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะดำเนินการเลือกระดับประเทศในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ ณ เมืองทองธานี เพื่อให้ได้ผู้สมัครจำนวน 200 คน ก่อนเสนอบัญชีรายชื่อให้ คสช. คัดเลือกจำนวน 50 คน
นอกจากนี้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยังพูดถึง ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ 2 ประเด็น ประเด็นแรกคือการจัดโต๊ะจีนระดมทุนของพรรคพลังประชารัฐ และอีกประเด็นหนึ่งคือ มีผู้ถ่ายคลิปถึงความไม่โปร่งใสในการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในจังหวัดยโสธร ซึ่งผู้ถ่ายคลิปอ้างว่าเจ้าหน้าที่บังคับให้ประชาชนลงทะเบียนเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเพื่อแลกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน
ทั้ง 2 ประเด็น สำนักงาน กกต. ได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นแล้ว ซึ่งได้ส่งเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ด กกต. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งทางด้าน คุณอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. ได้มีข้อเสนอแนะในการทำงานให้กับสำนักงานทั้งในเรื่องของการดำเนินการที่ต้องรวดเร็ว หรือเรื่องการตรวจสอบว่าต้องตรวจสอบอย่างรัดกุม และหากมีกรณีแบบนี้ที่สามารถรู้ล่วงหน้าก็ต้องเข้าไปดำเนินการตรวจสอบก่อน โดยการตรวจสอบ กกต. ต้องตรวจสอบตั้งแต่ที่มาของข้อมูลนั้นๆ ว่า ข้อมูลมาได้อย่างไร โดยจะตรวจสอบไปตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่ได้รับทราบข้อมูล ไปจนถึงการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยเป็นการตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่นกรณีการจัดเลี้ยงของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อมีสื่อที่นำเสนอข้อมูลนั้นๆก็ต้องเรียกสื่อมาให้ข้อมูลถึงรายละเอียดแผนผังของที่นั่ง หรือเรื่องที่เกี่ยวกับข้าราชการไปมีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายของกกต. และกฎหมายทางอาญา
ส่วนประเด็นคลิป ความไม่โปร่งใสในการแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในจังหวัดยโสธร กกต. ก็ทราบจากสื่อมวลชนเช่นกันและกำลังดำเนินการตรวจสอบอยู่ ว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไรบ้าง ซึ่งทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกกต. ก่อนที่จะก้าวไปสู่กระบวนการไต่สวน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะใช้เวลาในการตรวจสอบก่อนการไต่สวน เฉลี่ยไม่เกิน 60 วันจึงจะทราบผลว่ามีมูลหรือไม่