ศาลแพ่งจังหวัดกาญจนบุรี มีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีที่ ครูปรีชา ใคร่ครวญ ข้าราชการครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ สภ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี ข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร เป็นกรณีพิพาทเรื่องสลากกินแบ่งรัฐบาล มูลค่า 30 ล้านบาท
คดีนี้เป็นคดีอาญาที่ราษฎรยื่นฟ้องเอง โดยไม่ผ่านชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162 กำหนดให้ศาลต้องทำการไต่สวนมูลฟ้องโจทก์เสียก่อนว่าคดีมีมูลหรือไม่ แต่ถ้าเป็นคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้องเองไม่จำเป็นต้องไต่สวน ดังนั้นครูปรีชา จึงต้องนำพยานหลักฐานเท่าที่มีไปให้ศาลไต่สวนส่วนฝ่ายผู้ถูกฟ้องหรือหมวดจรูญ จะไปร่วมรับฟังการไต่สวนหรือส่งทนายไปซักค้านด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่ในชั้นนี้ยังไม่มีสิทธิ์นำพยานเข้าเบิกความ
โดยศาลแพ่งจังหวัดกาญจนบุรี เริ่มการไต่สวนครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงนัดสุดท้ายเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นอกจากครูปรีชา จะขึ้นเบิกความต่อศาลเองแล้ว ยังได้นำพยานเป็นแม่ค้าสลาก คือ เจ๊พัช น.ส.พัชริดา พรมตา และเจ๊บ้าบิ่น นางรัตนาพร สุภาทิพย์เข้าเบิกความ รวมทั้ง พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนชุดของตำรวจภูธรภาค 7 ที่สรุปผลการสอบสวนออกมาว่าสลากเป็นของครูปรีชา
โดยศาลพิจารณาพยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์ให้การสอดคล้องต้องกัน ขณะที่ศาลภาค 2 ก็ร่วมพิจารณาเห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประทับรับฟ้อง