สืบเนื่องมาจาก คุณธาริต ขณะดำรงตำเเหน่งอธิบดีดีเอสไอ เมื่อปี 56 แถลงข่าวผ่านสื่อมวลชนกล่าวหาว่า นายสุเทพ ขณะดำรงตำแหน่งรองนายกฯ เป็นผู้สั่งการไม่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำสัญญาก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ 396 แห่งเป็นรายภาค ตามที่ สตช.เสนอ แต่กลับให้รวมสัญญาการจัดซื้อจัดจ้างเพียงรายเดียว จนเกิดปัญหาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จทันตามกำหนด หลังจากนั้นคุณสุเทพ ก็ให้ทนายไปฟ้องคุณธาริต เป็นจำเลยต่อศาลอาญา ฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา
ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่า จำเลยคือคุณธาริต ในฐานะพนักงานสืบสวน มีหน้าที่ที่จะต้องทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อค้นหาข้อเท็จจริงนำไปสู่การวินิจฉัยของศาล ไม่ได้มีหน้าที่เเถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงในสำนวนเพื่อชี้นำสังคม ดังนั้นเมื่อสืบสวนได้ว่ามีการกระทำความผิด ก็ควรที่จะรวบรวมพยานหลักฐานส่ง ป.ป.ช.โดยเร็ว ไม่ควรให้สัมภาษณ์ทำให้เกิดความเสียหาย จึงเป็นการหมิ่นประมาทให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี โดยไม่รอลงอาญา จากนั้นคุณธาริต ถูกนำตัวขึ้นรถส่งไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ
ทางด้าน คุณสวัสดิ์ เจริญผล ทนายความของนายสุเทพ บอกว่า นอกจากคดีนี้แล้ว ยังมีคดีฟ้องหมิ่นประมาทคุณธาริต ที่ให้สัมภาษณ์เรื่องก่อสร้างโรงพัก 396 เเห่ง อีก 1 สำนวนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์