นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ประกาศเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 57 ไม่เพียงอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดในการบริหารราชการแผ่นดินทั้งหมด จะถูกดึงมาอยู่ในมือ คสช.เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการ "แช่แข็งท้องถิ่น" ด้วย เพราะ คสช.ไม่อนุญตให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นทุกระดับ แถมยังส่งกลไกราชการส่วนภูมิภาคเข้าไปบริหารจัดการแทน รวมทั้งเข้าไปจัดระเบียบเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณ โดยให้เหตุผลเพื่อป้องกันการทุจริต กระทั่งส่งผลกระทบมากมายกับงานบริการประชาชนที่เคยอยู่ในความผิดชอบขององค์กรปกครองท้องถิ่น หรือ อปท.ปิยะ ปิตุเตชะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง สะท้อนปัญหา "ท้องถิ่นถูกแช่แข็งโดย คสช." ว่า ส่งผลให้ อปท.ไม่มีอำนาจในการบริหารงานท้องถิ่นอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง ทั้งๆ ที่หลายๆ ปัญหา ท้องถิ่นสามารถจัดการเองได้ เช่น ปัญหาขยะจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ท้องถิ่นทราบสาเหตุเป็นอย่างดี แต่ที่ผ่านมาไม่มีอำนาจในการแก้ไขจัดการ
ขั้นตอนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น1. รัฐบาลตรวจสอบประเด็นปัญหาของแต่ละท้องถิ่น2. รัฐบาลเปิดโอกาสให้ อปท.ร่วมแก้ปัญหากับประชาชน3. รัฐบาลสนับสนุนกรณีที่ อปท.ไม่สามารถจัดการปัญหาได้
มุมมองของคนทำงานท้องถิ่นจริงๆ สอดคล้องกับนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่บอกว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องกระจายอำนาจและงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นอย่างแท้จริง เพื่อให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้า โดยมีแนวทางปฏิบัติ 3 ขั้นตอน คือ รัฐบาลตรวจสอบปัญหาของแต่ละท้องถิ่นให้ชัดเจนเสียก่อน ทั้งด้านเศรษฐกิจ การศึกษา และคุณภาพชีวิตของประชาชน จากนั้นก็ประเมินว่าท้องถิ่นสามารถจัดการได้มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งสำคัญคือต้องเปิดโอกาสให้ท้องถิ่นจัดการกันเองก่อน หากทำได้ไม่หมด รัฐบาลก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในระยะต่อไป
เช่นเดียวกับนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ชื่อก้องอย่าง อาจารย์จรัส สุวรรณมาลา ที่บอกว่า ขณะนี้อำนาจการบริหารบ้านเมืองกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลางทั้งหมด มีระบบราชการเป็นใหญ่ ทั้งกระทรวง ทบวง กรม ทำให้การแก้ไขปัญหาบ้านเมือง มีรัฐบาลกลาวเป็นผู้ที่จัดการอยู่ฝ่ายเดียว ตั้งแต่สตาร์ทอัพ หรือธุรกิจโมเดลใหม่ๆ ไปจนถึงปัญหาวินมอเตอร์ไซค์กับแกร็บแท็กซี่ เรียกได้ว่า รัฐบาลต้องจัดการปัญหาสากเบือยันเรือรบ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว หลายปัญหาสามารถใช้ศักยภาพของท้องถิ่นที่ร่วมมือกันกับชาวบ้านแก้ไขได้เอง โดยภาครัฐอาจให้ท้องถิ่นเป็นพาร์ทเนอร์ หรือเป็นเครือข่ายประสานงานกัน
อาจารย์จรัส ยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมารัฐบาลในแต่ละยุคแต่ละสมัยมักอ้างว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจะทำให้เกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น จนกลายเป็นมายาคติ และวาทกรรมทางการเมืองให้รัฐบาลส่วนกลางเป็นผู้บริหารแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่แท้ที่จริงแล้ว รัฐบาลส่วนกลางนี่เองคือผู้ที่คอร์รัปชั่นมากที่สุด
ฉะนั้นไหนๆ รัฐบาลได้ปลดล็อกการเมืองแล้ว ก็อยากให้พรรคการเมืองทุกพรรคให้ความสำคัญกับนโยบายการคืนอำนวจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ทุกภาคส่วนช่วยกันพัฒนาประเทศให้เดินไปข้างหน้าอย่างแท้จริง