ดังนั้นจึงต้องถือว่าเป็นโอกาสทองของผู้สนใจเข้ารับสมัคร อาจมีหลายคนสนใจ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยบางประการ เกี่ยวกับเรื่อง "ลักษณะต้องห้ามของผู้เข้ารับสมัคร" ที่บุคคลหลากหลายอาชีพ หลากหลายวงการ เข้าข่ายมีลักษณะต้องห้าม แล้วจะมีอาชีพใดที่จะไปลงสมัครรับคัดเลือกเป็น ก.ต.ได้บ้าง วันนี้ล่าความจริง มีคำตอบมาให้คุณผู้ชม
อันดับแรกเราไปดูคุณสมบัติของบุคคลที่จะสมัครเข้ารับการพิจารณาเสนอชื่อเป็น ก.ต.ผู้ทรงคุณวุฒิ กันก่อน จะต้องมีสัญชาติไทยโดยการเกิด มีอายุไม่ต่ำกว่า 40 ปีบริบูรณ์ เเละสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า อันนี้ตรงตัวไม่มีอะไรที่จะต้องตีความ
ที่นี่เราไปดู ลักษณะต้องห้ามรับสมัคร ก.ต. ที่หลายคนสงสัย ก็คือ จะต้องไม่เป็นข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ไม่เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง หรือศาลอื่น , อัยการ , ตำรวจ , ทนายความ , กกต. , ป.ป.ช. , สตง. , ผู้ตรวจการแผ่นดินฯ , กรรมการสิทธิฯ , กรรมการ ที่ปรึกษา พนักงานรัฐวิสาหกิจ , ส.ส. , ส.ว. , นักการเมือง , สมาชิกพรรคการเมือง
นอกจากนี้ก็มีคนไร้ความสามารถ วิกลจริต จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ , ผู้มีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องในศีลธรรม , ผู้ถูกไล่ออก ให้ออก ปลดออกจากราชการหรือรัฐวิสาหกิจ , ผู้เคยต้องโทษจำคุกโดยพิพากษาถึงที่สุด ที่เป็นผู้ต้องห้ามรับสมัคร
คำถามอยู่ตรงนี้คือ เหมือนเกือบทุกสาขาอาชีพจะเข้าลักษณะต้องห้ามรับสมัคร แล้วมีสาขาอาชีพไหนที่จะเข้ารับสมัครคัดเลือกได้บ้าง ล่าความจริงไปสอบถาม โฆษกสำนักงานศาลยุติธรรม คุณสุริยันต์ หงษ์วิไล บอกว่า สาขาที่ไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม ก็มี อาชีพครู อาจารย์ และนักวิชาการ / แพทย์ และพยาบาล /ทหาร / นักสื่อสารมวลชน รวมไปถึงอาชีพอิสระและนักธุรกิจ สามารถมาขอรับสมัครได้เลย โดยไม่ต้องลาออกจากอาชีพเดิม
คำถามต่อมามีอยู่ว่าแล้วถ้าเราทำงานหรือรับราชการอยู่ในสาขาอาชีพที่เข้าลักษณะต้องห้ามรับสมัครเป็น ก.ต. แต่อยากจะสมัคร ก.ต.ต้องทำได้ไหม แล้วต้องทำอย่างไร ท่านโฆษกศาลยุติธรรม บอกว่า ก็ต้องไปลาออกจากที่ทำงานเดิม หรือถ้าเป็นข้าราชการก็ไปลาออกจากการรับราชการนั้นๆก่อน เพราะถ้าเป็นอดีตข้าราชการ , รัฐวิสาหกิจ หรือองค์การอิสระ ไม่เข้าข่ายผู้มีลักษณะต้องห้าม สามารถมาลงรับสมัครรับเลือกเป็น ก.ต.ได้เลย
หลังจากเข้ารับสมัครเรียบร้อยแล้ว คณะกรรมการฯที่ได้รับการแต่งตั้งจากสำนักงานศาลยุติธรรม จะทำหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ และจะประกาศรายชื่อ ประวัติการทำงาน และวิสัยทัศน์ของผู้สมัครแต่ละคน ให้ผู้พิพากษาทั่วประเทศ ตั้งแต่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ไปจนถึงผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ยกเว้นผู้ช่วยผู้พิพากษา ได้พิจารณาลงคะแนนคัดเลือกต่อไป
เจตนารมย์ที่สำนักงานศาลยุติธรรม เค้ากำหนดไว้ในกฎหมายแบบนี้ ท่านโฆษกศาลยุติธรรม บอกว่า เพื่อป้องกันข้อวิตกกังวล ข้อครหาว่าจะมีองค์กรใดหรือหน่วยงานใด เข้ามาก้าวก่าย แทรกแซงการทำงาน การบริหารงานของศาลยุติธรรมหรือไม่ โดยเฉพาะจากฝ่ายการเมือง
สำหรับ ก.ต.นั้นเป็นองค์กรทำหน้าที่บริหารงานบุคคลของข้าราชการตุลาการ หรือผู้พิพากษา มีหน้าที่ในการพิจารณาเเต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนชั้น และลงโทษผู้พิพากษาที่กระทำผิด เรียกว่า ก.ต.มีอำนาจในการให้คุณ-ให้โทษผู้พิพากษาทั่วประเทศ รวมถึงคุ้มครองความเป็นอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้กับผู้พิพากษา
ถือว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์วงการยุติธรรมไทย ที่ ก.ต.ทุกคนมาจากการคัดเลือกของผู้พิพากษา ยกเว้นประธานศาลฎีกาที่เป็นประธาน ก.ต.โดยแหน่ง ทำให้ ก.ต.ชุดใหม่นี้ ปราจากบุคคลภายนอกที่มาจากฝ่ายการเมือง