การเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปีหน้า เป็นการเลือกตั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปีของบ้านเรา หลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้าควบคุมอำนาจการปกครองตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม ปี 57
แต่แม้ในปี 57 จะมีการเลือกตั้งก่อนการยึดอำนาจของ คสช.ไม่นาน ทว่าการเลือกตั้งในครั้งนั้นก็เป็นโมฆะ ฉะนั้นหากจะนับการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ไม่เป็นโมฆะจริงๆ ต้องย้อนไปถึงปี 54 เลยทีเดียว ซึ่งหากนับถึงปี 62 ก็เกือบ 8 ปีเข้าไปแล้วที่ไม่มีการเลือกตั้งในประเทศไทย
กิจกรรมการหย่อนบัตรที่ว่างเว้นไปนาน อาจทำให้คนไทยผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งหลงลืมบางเรื่องไป ขณะเดียวกันก็มีผู้มีสิทธิ์หน้าใหม่ ที่เรียกว่า "นิวโหวตเตอร์" ซึ่งเพิ่งอายุครบตามกฎหมาย ได้เลือกตั้งเป็นครั้งแรกอีกราวๆ 7 ล้านคนด้วย ฉะนั้นรูปแบบและวิธีการเลือกตั้งที่ถูกต้อง ถูกกฎหมาย ใช้สิทธิ์แล้วไม่เป็นบัตรเสีย จึงสำคัญอย่างมาก
พันตำรวจเอก จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.บอกว่า รูปแบบการเลือกตั้งยังมีลักษณะคล้ายๆ เดิม คือมีคูหาเลือกตั้ง และมีหน่วยเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องมีบัตรประชาชนไปแสดง แต่ต้องตรวจสอบมาก่อนว่าตนเองมีสิทธิ์เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งใด จากนั้นก็นำบัตรประชาชนไปที่หน้าหน่วย และตรวจสอบชื่อของตนเองกับบัญชีรายชื่อที่ติดไว้หน้าหน่วยอีกครั้งว่ามีสิทธิ์เลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนี้แน่ๆ ถ้าชื่อตรงกัน ก็ถือว่าถูกต้อง ไม่เสียเที่ยว
รูปแบบที่ว่านี้ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิม แต่สิ่งที่ต่างคือเรื่องหมายเลขผู้สมัคร และบัตรเลือกตั้งที่มีเพียง 1 ใบ สำหรับกากบาทหมายเลขผู้สมัคร ส.ส.ในระบบแบ่งเขตเท่านั้น
ปัญหาที่น่าปวดเศียรเวียนเกล้าสำหรับการเลือกตั้งหนนี้ นอกจากบัตรเลือกตั้งมีใบเดียวแล้ว ผู้สมัครแต่ละเขต แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน ก็อาจมีหมายเลขประจำตัวคนละหมายเลขด้วย เพราะจะไม่มีเบอร์พรรคเบอร์เดียวให้จำง่ายๆ ทั้งประเทศอีกต่อไป น่าสนใจว่า กกต.จะออกแบบบัตรเลือกตั้งอย่างไรให้ประชาชนไม่สับสน
ส่วนวิธีการลงคะแนนที่ถูกต้องสำหรับประชาชน ไม่ให้บัตรเลือกตั้งกลายเป็นบัตรเสีย คือการกากบาทในช่องสี่เหลี่ยม ห้ามใช้เครื่องหมายอื่นเด็ดขาด แม้แต่เครื่องหมายถูกก็ถือว่าผิด เพราะจะกลายเป็น "บัตรเสีย"
นี่คือข้อมูลพื้นฐานของการเลือกตั้งครั้งใหม่ในรอบเกือบ 8 ปีของคนไทย ซึ่งแน่นอนว่าโจทย์ข้อยากของ กกต.คือการออกแบบ "บัตรเลือกตั้ง" ให้ชัดเจน ทั้งชื่อผู้สมัคร พรรคการเมืองที่สังกัด และหมายเลขประจำตัว เพื่อให้ผลคะแนนที่ออกมา ตรงตามเจตนารมณ์ของประชาชนมากที่สุด