เนชั่นทีวี

ข่าว

"จาตุรนต์-สุดารัตน์-ภูมิธรรม" ร่วมกระทุ้ง เรียกร้อง "รธน.-ปชต." คืนสู่สังคมไทย

10 ธ.ค. 2561 | te

"จาตุรนต์-สุดารัตน์-ภูมิธรรม" ร่วมกระทุ้ง เรียกร้อง "รธน.-ปชต." คืนสู่สังคมไทย

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์เฟซบุ๊ควันนี้ว่าอีกไม่นานเราจะมีรัฐธรรมนูญ ในวันรัฐธรรมนูญปีที่แล้ว ผมได้กล่าวไว้ว่า ประเทศไทยเรายังไม่มีรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไปแล้ววันรัฐธรรมนูญปีนี้ ก็ยังคงกล่าวย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าประเทศไทยยังไม่มีรัฐธรรมนูญ

จะเรียกว่ามีรัฐธรรมนูญแล้วได้อย่างไร ในเมื่อยังมีคำสั่งคสช.จำนวนมากมายที่มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญในหลายมาตราและหัวหน้าคสช.ก็ยังมีอำนาจออกคำสั่งอะไรก็ได้ที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตราต่างๆ แต่ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญและก็ถือเป็นที่สุดด้วย

สภาพอย่างนี้ รัฐธรรมนูญย่อมไม่ใช่กฎหมายสูงสุด คสช.ต่างหากคืออำนาจสูงสุด เมื่อคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเหนือกฎหมายและรัฐธรรมนูญแล้ว ก็เท่ากับเรายังไม่มีรัฐธรรมนูญนั่นเอง


รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ปูทางวางแผนไว้ให้หัวหน้าคสช.กับพวกสืบทอดอำนาจต่อไปได้อย่างยาวนาน แต่ถึงกระนั้น รัฐธรรมนูญก็ยังต้องเปิดช่องให้ประชาชนมีอำนาจที่จะทัดทานโต้แย้งหรือขัดขวางการสืบทอดอำนาจนี้ได้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะอำนาจในการออกเสียงลงคะแนน


เหตุการณ์ที่พัฒนามาถึงวันนี้จึงดูเหมือนจะไม่เป็นใจกับผู้ที่ต้องการสืบทอดอำนาจเท่าใดนักสิ่งที่เป็นพื้นฐานไม่ให้อะไรๆเป็นไปตามแผนการสืบทอดอำนาจก็คือการที่ประชาชนทั่วประเทศมีความรู้สึกว่า 4-5 ปีมานี้ ทุกคนลำบากยากจนเดือดร้อนมาพอแล้ว ประชาชนรู้สึกว่าการเลือกตั้งที่รอกันมานานนั้นคือเวลาที่คสช.กับพวกจะพ้นจากเวทีไป แล้วเปิดโอกาสให้ประชาชนเลือกผู้ที่จะมาบริหารประเทศด้วยมือของประชาชนเองเสียที


พอมีการกระทำสารพัดที่รู้สึกได้ว่าผู้มีอำนาจพยายามทำเพื่อให้สืบทอดอำนาจต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความผิดชอบชั่วดี ประชาชนก็ยิ่งรับไม่ได้และก็ดูเหมือนจะไม่ยอมให้มีการสืบทอดอำนาจกันง่ายๆเสียแล้ว


การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ประชาชนจะพร้อมใจกันขัดขวางการสืบทอดอำนาจให้สิ้นสุดลง
เราจะฝ่ากับดักที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปด้วยกัน เพื่อให้ได้รัฐบาลตามเจตจำนงของประชาชนหลังเลือกตั้งไปแล้วก็จะยิ่งเห็นปัญหาอุปสรรคจากรัฐธรรมนูญมากขึ้น และเมื่อมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนมากพอ การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนทั่วประเทศพร้อมใจกันแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยและมีความเป็นกฎหมายสูงสุดอย่างแท้จริงแล้ว เราก็จะพูดได้เต็มปากว่าประเทศไทยเรามีรัฐธรรมนูญกับเขาแล้ว


ขอให้วันรัฐธรรมนูญปีนี้เป็นวันที่สังคมไทยมองไปข้างหน้าด้วยความหวังว่าอีกไม่นานจะมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยเกิดขึ้นและในการรำลึกถึงวันรัฐธรรมนูญปีต่อๆไป เราจะได้ฉลองรัฐธรรมนูญด้วยความภาคภูมิใจว่าประเทศไทยเรามีรัฐธรรมนูญแล้วและเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยจริงๆเสียด้วย


"จาตุรนต์-สุดารัตน์-ภูมิธรรม" ร่วมกระทุ้ง เรียกร้อง "รธน.-ปชต." คืนสู่สังคมไทย


คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊คว่า 10 ธันวาคม พ.ศ.2475 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม ให้กับปวงชนชาวไทย เป็นฉบับแรก ต่อมาเราจึงถือเอาวันที่ 10ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันรัฐธรรมนูญ โดยตลอด 86ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ เมื่อคิดโดยเฉลี่ยแล้ว ฉบับหนึ่งมีอายุเพียง 4ปีเศษเท่านั้นถือว่าได้ว่า เรามีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บ่อยครั้งที่สุดประเทศหนึ่งของโลก ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นเช่นนั้นก็คือ ตั้งแต่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมา ประเทศไทยเรามีการกระทำรัฐประหารบ่อยถึง 13ครั้ง นับว่าบ่อยครั้งที่สุดประเทศหนึ่งในโลกเช่นกัน


จวบจนปัจจุบัน วงจรประชาธิปไตยไทย ก็ยังคงอยู่ในวังวนเดิม แทบจะไม่พัฒนาไปไหน กล่าวคือเราได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง-มีการกระทำรัฐประหาร-ฉีกรัฐธรรมนูญ-ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว-ได้รัฐบาลเผด็จการฯ-ร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรขึ้นมาใหม่-จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่-จัดตั้งรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แล้วก็วนกลับไปที่การกระทำรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญอีกครั้ง เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก วนเวียนไปไม่จบสิ้น


ดิฉันขอเรียนว่า รัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนั้น ถือเป็นกติกาพื้นฐาน ในการอยู่ร่วมกันของคนในชาติ รัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของภาคประชาชน สามารถที่จะอำนวยประโยชน์สูงสุด ให้กับพี่น้อง ประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียมและเหมาะสม


รัฐธรรมนูญต้องเป็นเครื่องมือในการทำให้ระบอบประชาธิปไตยตั้งมั่น เบ่งบาน ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการปกครองประเทศให้มากที่สุด ไม่เป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง



"จาตุรนต์-สุดารัตน์-ภูมิธรรม" ร่วมกระทุ้ง เรียกร้อง "รธน.-ปชต." คืนสู่สังคมไทย




นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ควันนี้ว่า รำลึก 10 ธ.ค. วันรัฐธรรมนูญ 86 ปีกับรัฐธรรมนูญไทย : สังคมจะก้าวไปทางไหน การเลือกตั้งคือคำตอบ?
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด เป็นกติกาในการที่จะดูแลให้สังคมมีความสงบและจัดสรรประโยชน์ให้กับประชาชนกลุ่มต่างๆอย่างเท่าเทียมและเหมาะสม ในปี 2540 ได้เกิดรัฐธรรมนูญ ที่มีที่มาจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนของสังคมไทย และได้ชื่อว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุดฉบับหนึ่ง รัฐธรรมนูญ40 เป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อน ๆ ที่สร้างความอ่อนแอให้กับสถาบันพรรคการเมือง ทำให้การบริหารประเทศขาดความต่อเนื่อง มีการต่อรองผลประโยชน์ส่วนตนต่างๆมากมาย ทำให้สังคมไทยส่วนใหญ่ในห้วงเวลานั้น เห็นพ้องต้องกันว่าประเทศมีความจำเป็นยิ่งที่จะต้องปฏิรูปการเมืองเสียใหม่

รัฐธรรมนูญ ปี 2540 จึงถือกำเนิดขึ้นในบรรยากาศที่สังคมไทยมีความตื่นตัวเรื่องประชาธิปไตย และอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ซึ่งนับเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอำนาจในสังคมไทย และเกิดความต้องการที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้กับพรรคการเมือง อันนำไปสู่การบริหารประเทศที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพยิ่ง


แต่น่าเสียดายที่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ใช้ได้ไม่ถึง 10 ปี "การเมืองในรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตย" ได้ถูกคณะบุคคลกลุ่มหนึ่ง สร้างวาทกรรมให้กลายเป็นภาพ"เผด็จการรัฐภา "อันนำไปสู่การปูทาง ให้เกิดการรัฐประหารในปี 2549 ฉีกรัฐธรรมนูญจากการมีส่วนร่วมของประชาชนทิ้งไป

รัฐธรรมนูญในวันนี้ ที่กำลังจะ ทำหน้าที่สำคัญในการกำหนดอนาคตของสังคมไทยถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือของผู้มีอำนาจในการกำหนดและควบคุมทิศทางของประเทศอย่างขาดเหตุผล และไม่อยู่บนโลกความเป็นจริงที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้โครงสร้างอำนาจกลับไปสู่ความเป็น"รัฐราชการ" ที่ย้อนยุคกลับไปสู่ สภาวะแบบดั้งเดิม โดยใช้ "แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี "เป็นเครื่องมือสำคัญในการพันธนาการประเทศให้เคลื่อนตัวยากลำบาก อันจะมีผลทำให้ รัฐบาลหลังการเลือกตั้งไม่อาจจะมีศักยภาพเพียงพอ ในการรับมือกับปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นจากโลกที่เปลี่ยนแปลงไปต่างๆอย่างรุนแรงและรวดเร็ว


การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จึงมีความสำคัญยิ่ง ต่อทิศทางการก้าวไปข้างหน้า ของประเทศไทย ว่าจะเดินตาม "แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี"ที่กำหนดขึ้นโดยคณะบุคคลที่เป็นผลพวงมาจากการรัฐประหาร หรือ จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขทิศทางใหม่ เพื่อนำพาประเทศชาติ หลุดจากหลุมดำ ไปสู่การพฒนาที่สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน

การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น จึงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่ง เป็น"การเลือกตั้งที่จะรักษา สภาวะดั้งเดิมที่กลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบันตั้งใจที่รักษาสถานะของกลุ่มตน ให้มีความแข็งแรงและมั่นคงยิ่งๆขึ้น"


หรือจะเป็น "การเลือกตั้งที่มีความหมายทางยุทธศาสตร์เพื่อ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงให้ประเทศหลุดพ้นจาก สภาพ ล้าหลัง ถดถอย ยากจนและสิ้นหวัง เช่นที่คนไทยทุกคน กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน"

คนไทยทุกคน คือผู้มีอำนาจในการตัดสิน และกำหนดอนาคตของประเทศร่วมกัน

24กุมภาพันธ์คือวันเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ความก้าวหน้า มีความหวัง และพ้นจากความยากลำบากของชีวิตด้วยมือของ พี่น้องประชาชนเอง"ใช้สิทธิและจิตวิญญาณในระบอบประชาธิปไตย ร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศให้มีความหวัง มีโอกาส มีอนาคต เพื่อคนไทยทุกคน"

ข่าวล่าสุด