เมื่อพฤติกรรมผู้ชมเปลี่ยนไป ผู้คนนิยมดูมือถือมากกว่าทีวี ขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำสื่อมีรายได้ลดลงหนำซ้ำต้นทุนการผลิตมีแต่จะเพิ่มขึ้น การปรับโครงสร้างองค์กรจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เฉพาะปี 2561 สถานีโทรทัศน์ต่างๆ เลิกจ้างพนังงานไปแล้วนับร้อยคน สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ช่องหนึ่ง ประกาศยุติออกอากาศ
ในภาวะที่ทีวีกำลังถูกมือถือเข้ามาแทนที่ แม้จะมีทางรอดคือการปรับองค์กรให้เล็กลง แต่อนาคตของคนข่าวอัสดงลงทุกที ต้องเตรียมใจรับกับความไม่แน่นอน ล่าสุดภาครัฐอย่างคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. มีแนวคิดช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยการนำเงินประมูลคลื่นฯ 700 MHz หรือ 5G มาสนับสนุนการจ่ายเงินประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่เหลืออีก 30% ของเงินประมูลทั้งหมด หรือกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ส่วนที่ชัดเจนแล้วคือช่วยค่าใช้จ่าย 50% ตามประกาศ มัสต์ แคร์รี่ต้องยิงสัญญาณขึ้นดาวเทียม และค่าเช่าโครงข่ายหรือ มักซ์ ถึงปี 2565
เรื่องนี้นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สืบศักดิ์ สืบภักดี บอกว่าการประคับประคองอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลไม่ให้ล้มไปเป็นเรื่องจำเป็น แต่มาตรการให้ความช่วยเหลือควรเป็นภาพรวม และสามารถตอบคำถามประชาชนได้ว่านำเงินไปช่วยเหลืออย่างคุ้มค่า เท่าเทียมและทั่วถึง ซึ่งกรณีนำเงินประมูลคลื่นฯ 700 MHz มาช่วยจ่ายเงินประมูลทีวีดิจิทัลงวดที่เหลืออีก 30% นั้นควรทบทวนรอบคอบ
นายกสมาคมทีวีดิจิทัล สุภาพ คลี่ขจาย บอกว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบทีวีดิจิทัล ต้องแบกรับต้นทุน โดยเฉพาะใบอนุญาตทีวีดิจิทัล และค่าโครงข่ายไว้สูงมาก จึงเห็นด้วยที่ กสทช.จะมีมาตรการช่วยเหลือในส่วนนี้ นับเป็นทางรอดของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล ซึ่งผู้ประกอบการก็จะได้นำเงินต้นทุนส่วนนี้ มาพัฒนาเนื้อหาข่าวและรายการให้ดีกว่าเดิม ไม่ต้องมีการปลดพนักงานอีกต่อไป
แต่สิ่งที่สำคัญกว่ามาตราการให้ความช่วยเหลือทีวีดิจิทัล คือการปรับตัวรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งพัฒนาเนื้อหาให้มีคุณภาพ และความน่าเชื่อ เป็นอีกทางรอดหนึ่งของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัล