กรรมาธิการฯที่พิจารณาร่างกฎหมาย ชี้แจงว่า พฤติการณ์ฟ้องคดีไม่สุจริตซึ่งได้เพิ่มเติมขึ้นใหม่ หมายถึงพวกที่หลบหนีการรับโทษตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดแล้วนั่นเอง โดยหากร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ก็จะเท่ากับว่า พวกนักโทษหนีคดีทั้งหลาย ไม่สามารถส่งทนายมายื่นฟ้องคดีอาญาคดีอื่น หรือฟ้องร้องคนอื่นได้อีก
ฟังเนื้อหาสาระของกฎหมายที่จะแก้ไขใหม่แล้ว นึกถึงพฤติกรรมของใครบางคนที่อยู่แดนไกลหรือเปล่า เพราะหลบหนีคำพิพากษาไป ไม่ยอมรับคำพิพากษาศาล แต่กลับส่งทนายฟ้องร้องดำเนินคดีคนอื่นอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะคดีหมิ่นประมาท หลายคนตั้งข้อสังเกตว่า สนช.ผ่านกฎหมายนี้เพราะเรื่องนี้หรือเปล่า
มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในยุค คสช.แก้ไข ป.วิอาญามาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง ครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 5 โดยก่อนหน้านี้ได้แก้ไขให้การยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาในคดีอาญา ผู้ต้องคำพิพากษาต้องมายื่นอุทธรณ์หรือฎีกาด้วยตัวเอง หมายความว่าถ้าโดนศาลพิพากษาว่าผิด แล้วหลบหนี ไม่สามารถส่งทนายมายื่นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ ซึ่งการแก้ไขในครั้งนั้น เป็นการเปลี่ยนหลักการยื่นอุทธรณ์และฎีกาในคดีอาญาทุกประเภทในทุกศาล รวมทั้งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย นอกจากนั้นในคดีทุจริต ยังมีการแก้ไขให้ "ไม่มีอายุความ" ถ้าผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีหลบหนี ก็ต้องหลบหนีตลอดไป