จำนวน ส.ส.ขอนแก่นในการเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมีขึ้นตามประกาศของ กกต. มี ส.ส.10 คนจาก 10 เขตเลือกตั้งเท่าเดิม ถือว่ามากเป็นอันดับ 3 รองจากกรุงเทพมหานครและนครราชสีมา สมรภูมิเลือกตั้งขอนแก่นถือว่าน่าสนใจ เพราะเมื่อคราวเลือกตั้งทั่วไปปี 54 พรรคเพื่อไทยกวาดที่นั่ง ส.ส.ได้ยกจังหวัด เรียกว่าเก็บ "คลีนชีท" ได้ ไม่เสียที่นั่งเลยแม้แต่เขตเดียว / แต่การเลือกตั้งครั้งใหม่ โอกาสที่ขอนแก่นจะมี ส.ส.เป็นแบบผสมจากหลายพรรคการเมืองมีแนวโน้มสูง เพราะอย่างน้อยที่สุด ร้อยโทปรีขาพล พงษ์พานิช ลูกชาย "เจ๊เบียบ" ระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ก็ย้ายชายคาจากพรรคเพื่อไทย อัพเกรดมาเป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติเรียบร้อยแล้ว
เพียงแต่พรรคไทยรักษาชาติก็ถูกมองว่าเป็นพรรคนอมินีของเพื่อไทยอยู่ดีแต่ความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาก็คือ เอกราช ช่างเหลา มหาเศรษฐีเมืองขอนแก่น ผู้บริหารทีมฟุตบอลขอนแก่นยูไนเต็ด เพิ่งพาลูกชาย คือ วัฒนา ช่างเหลา รองนายก อบจ.ขอนแก่น พร้อมอดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.จาก 8 จังหวัดภาคอีสาน ตบเท้าสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐไปเรียบร้อยเมื่อเร็วๆ นี้เอกราชเคยถูกจับตาจากฝ่ายทหารว่าเป็นผู้สนับสนุนหลักของคนเสื้อแดง จนเคยถูกสั่งระงับธุรกรรมทางการเงินเมื่อครั้งการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 53 แต่ภายหลังเคลียร์ข้อกล่าวหาได้ กระทั่งหลังการยึดอำนาจของ คสช.เมื่อปี 57 เอกราชมีชื่อเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สปช.ในแบบที่เรียกเสียงฮือฮาในวันสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เอกราชให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า พรรคพลังประชารัฐจะกวาดที่นั่ง ส.ส.อีสานแบบยกจังหวัดถึง 4 จังหวัด และหนึ่งในนั้นคือขอนแก่น
แม้คอการเมืองฟังแล้วจะฟันธงว่าเป็นแค่คำประกาศสร้างราคา เพราะความเป็นไปได้มีน้อยมาก แต่ก็น่าเชื่อว่าโอกาสที่พรรคพลังประชารัฐจะ "เจาะไข่แดง" ปักธงได้ที่สนามเลือกตั้งขอนแก่นก็มีไม่น้อยเหมือนกัน เพราะจนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทยในฐานะแชมป์เก่าเจ้าของพื้นที่ยังไม่ขยับอะไรชัดเจน หนำซ้ำยังมีการเปลี่ยนแปลงภายใน เนื่องจากขุนพลหลายคนบ่ายหน้าไปหาพรรคใหม่สังกัด เช่น พงศกร อรรณนพพร อดีต ส.ส.ขอนแก่นหลายสมัย โยกไปเป็นเลขาธิการพรรคเพื่อธรรม แม้จะถูกมองว่าเป็นพรรคเครือข่ายของเพื่อไทย และสาเหตุที่สไลด์จากเพื่อไทยไปเพื่อธรรมก็เพื่อการันตีเก้าอี้ ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ
แต่หลังจากนี้ก็ต้องรอดูว่าทั้งภรรยาและน้องชายของพงศกรจะยังเหนียวแน่นอยู่ที่พรคเพื่อไทย หรือย้ายไปอยู่เพื่อธรรมตามพงศกร ขณะที่ ภูมิ สาระผล ขุนพลคนสำคัญอีกคน ในฐานะอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็เจอมรสุมคดีจำนำข้าว และก่อนหน้านี้มีข่าวว่าจะส่งภรรยาสวมเสื้อเพื่อไทยรักษาพื้นที่เอาไว้ แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีความชัดเจนแบบเต็มร้อย โดยเฉพาะเมื่อลูกชายของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตลูกพี่ที่กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งต้องติดคุกในคดีจำนำข้าวเช่นกัน ย้ายค่ายไปซบพรรคพลังประชารัฐเรียบร้อย ส่วน มุกดา พงษ์สมบัติ อดีต ส.ส.หญิงแกร่งของเพื่อไทย ก็ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ นอกจากข่าวดันลูกชายลุยการเมือง แต่อาจไม่ได้สวมเสื้อพรรคเดียวกับแม่เมื่ออดีต ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมมีแนวโน้มผลัดใบ-ส่งไม้ต่อ ความไม่แน่นอนของสนามการเมืองขอนแก่นจึงมีสูงมาก และกลายเป็นโอกาสที่พรรคพลังประขารัฐจะสอดแทรกเข้าไปได้
นี่ยังไม่รวมอดีต ส.ส.คนดังอย่าง หมอเปรมศักดิ์ เพียยุระ ที่อาจทิ้งสนามท้องถิ่นกลับมาลุยการเมืองระดับชาติกับพรรคท้องถิ่นไทยของ ชัชวาลย์ คงอุดม หรือ ชัช เตาปูน อีกด้วย ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐให้ความสำคัญกับสนามเลือกตั้งขอนแก่น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเมืองหลวงของเพื่อไทย และเตรียมจัดกิจกรรมใหญ่อย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยก็เพื่อสร้างความคึกคักและสร้างกระแสให้คนรู้จัก จะได้มีโอกาสเบียดเข้าไปปักธงแชร์เก้าอี้ ส.ส.จากเจ้าของพื้นที่เดิม พร้อมเก็บแต้ม "คะแนนตกน้ำ" สะสมขยายฐานให้กับพรรค...ในบัญชีปาร์ตี้ลิสต์ระดับชาติศูนย์ข่าวภาคอีสาน เนชั่นทีวี...รายงาน