ทางการกรุงปารีสเริ่มลบข้อความประท้วงบนประตูชัย ทำความสะอาดท้องถนน และเก็บกวาดเศษซากความเสียหายบนถนนสายต่างๆรอบถนนช็องเซลิเซในกรุงปารีสเมื่อวาน หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงที่ใช้ชื่้อว่า "เสื้อกั๊กเหลือง" จุดไฟเผารถยนต์หลายคันปล้นสะดมภ์ร้านค้า, ทุบทำลายกระจก, และปะทะกับตำรวจ จนเจ้าหน้าที่ต้องใช้แก๊สน้ำตาและรถฉีดน้ำเข้าสลายเมื่อวันเสาร์ การปะทะระหว่างผู้ประท้วงและตำรวจทำให้มีผู้บาดเจ็บ 133 คนและผู้ถูกจับกุม 412 คน
การประท้วงที่เริ่มขึ้นทั่วประเทศตั้งแต่ 17 พ.ย.เกิดจากกระแสความไม่พอใจต่อปัญหาน้ำมันแพงจากการปรับขึ้นภาษีเชื้อเพลิงตามนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดปัญหาโลกร้อนของรัฐบาล และเริ่มมีเสียงเรียกร้องจากรัฐมนตรีบางคนให้ประกาศภาวะฉุกเฉิน ระหว่างที่รัฐบาลกำลังหามาตรการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัย และกระทรวงยุติธรรมจะเริ่มดำเนินคดีกับผู้ประท้วงที่ถูกจับกุม
ขณะที่ประธานาธิบดีเอ็มมานูแอล มาครง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายบริเวณประตูชัย และประชุมคณะรัฐมนตรีฉุกเฉินเมื่อวาน รวมทั้งมอบหมายให้นายกรัฐมนตรีเอดัวร์ ฟีลิป เจรจากับผู้นำพรรคการเมืองและกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลือง
แหล่งข่าวทำเนียบประธานาธิบดี เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีมาครงจะไม่แถลงต่อประชาชนทั้งประเทศเมื่อวาน แม้มีเสียงเรียกร้องให้เขาเจรจาโดยตรงกับผู้ประท้วงทันที แต่มีรายงานว่ารัฐบาลจะสรุปสถานการณ์ต่อที่ประชุมวุฒิสภาในวันอังคารนี้เรื่องการประท้วงที่กลายเป็นจลาจล และการหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายซ้ำอีก
ขณะที่มีรายงานว่า ประธานาธิบดีมาครงให้สัญญาจะใช้เวลา 3 เดือนเปิดการเจรจาทั่วประเทศเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดในการลดการปล่อยคาร์บอนโดยไม่ส่งผลกระทบแก่คนจน และจะชะลออัตราการปรับขึ้นภาษี หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นรวดเร็ว แต่หลังจากเริ่มปรับขึ้นภาษีขั้นแรกในเดือน ม.ค.ปีหน้า