ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป วิชา พูลวรลักษณ์ ระบุ ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในปีนี้เติบโตดีกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งมีสัดส่วน 16% เมื่อเทียบกับภาพยนตร์ต่างชาติ โดยคาดว่าปีนี้จะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 25-30% ส่วนการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 น่าจะช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมคึกคักมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์เช่นกัน
ส่วนกระแส Digital Disruption ที่ส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจในปัจจุบัน เชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบกับธุรกิจโรงภาพยนตร์ เห็นได้จากผลประกอบการในตลาดใหญ่ทั้งสหรัฐและแคนาดาซึ่งเติบโตต่อเนื่อง คาดว่าปีนี้จะมีรายได้ 12,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้รวมทั่วโลกจะสูงกว่า 41,000 ล้านดอลลาร์ ในส่วนของเมเจอร์คาดว่ารายได้ปีนี้จะทะลุ 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนที่มีรายได้ 9.9 พันล้านบาท
ส่วนแผนการลงทุนในปีหน้า เมเจอร์จะใช้เงินลงทุนประมาณ 700 ล้านบาท เพื่อขยายจำนวนโรงภาพยนตร์ โดย 70% จะเป็นการลงทุนในต่างจังหวัด ส่วนที่เหลือ 30% เป็นการลงทุนในกรุงเทพฯและต่างประเทศ จากปัจจุบันที่มีโรงภาพยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ คือลาวและกัมพูชา รวม 771 โรง และอยู่ระหว่างการพิจารณาลงทุนในประเทศเมียนมา โดยตั้งเป้าว่าภายในปี 2563 จำนวนโรงภาพยนต์เมเจอร์จะเพิ่มเป็น 1,000 โรง