"นครราชสีมา" หรือ "เมืองโคราช" เป็นสนามเลือกตั้งใหญ่อันดับสองของประเทศรองจากกรุงเทพมหานคร และมีการต่อสู้กันอย่างดุเดือดแทบทุกสมัย แต่การหย่อนบัตรในปีหน้านี้ การแข่งขันน่าจะร้อนระอุมากขึ้น เพราะนอกจาก กกต.จะลดจำนวน ส.ส.เขตลงจาก 15 ที่นั่ง เหลือเพียง 14 ที่นั่งแล้ว ยังมีพรรคการเมืองหน้าใหม่แต่กระสุนพร้อมอย่าง "พรรคพลังประชารัฐ" มาขอแชร์ส่วนแบ่งเก้าอี้ด้วย
ย้อนกลับไปดูการเลือกตั้ง ส.ส.เมื่อปี 54 ตอนนั้นเมืองย่าโมมี ส.ส.ได้ 15 คนจาก 15 เขตเลือกตั้ง ครั้งนั้นพรรคเพื่อไทยเป็นแชมป์ กวาดไปได้มากที่สุดเกินครึ่ง คือ 8 ที่นั่ง รองลงมาคือพรรคชาติพัฒนา ภายใต้การนำของ สุวัจน์ ลิปตพัลล ได้ไป 4 ที่นั่ง และพรรคภูมิใจไทยได้ 3 ที่นั่ง
แต่การเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า จำนวน ส.ส.โคราชถูกลดลงเหลือ 14 ที่นั่ง พรรคการเมือง 3 พรรคที่เคยเป็นแชมป์ครองเก้าอี้ ส.ส.จึงต้องฟาดฟันกันหนักขึ้น แต่เท่านั้นยังไม่พอ เที่ยวนี้ยังมีพรรคใหม่มาขอแจม นั่นก็คือ "พรรคพลังประชารัฐ" ที่ว่ากันว่าเป็นฐานให้ "ลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หวนคืนเก้าอี้นายกฯรอบ 2 ด้วย
สมรภูมิเลือกตั้งที่นครราชสีมา ต้องบอกว่าสำคัญสุดๆ จริงๆ เพราะเป็นดั่งเมืองหลวงของภาคอีสาน จึงไม่น่าแปลกใจที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์และการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย เลือกลงพื้นที่เป็นจังหวัดแรกหลังรับตำแหน่งจากที่ประชุมใหญ่พรรคเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา / และจัดทัพผู้สมัครทั้ง 14 เขตด้วยตัวเอง โดยจะมี อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด อดีตรองโฆษกพรรค ศิษย์เก่าราชสีมาวิทยาลัย ถูกส่งมาเจาะฐานเสียงในเขตเมืองด้วย โดยคุณหญิงหน่อยยังมั่นใจว่า จะรักษาฐานที่มั่นเดิมเอาไว้ได้ คืออย่างน้อย 8 ที่นั่งอย่างแน่นอน
แต่หากจับอาการ "คุณหญิงหน่อย" ต้องบอกว่ามีความกังวลไม่น้อย เพราะเลือกตั้งหนนี้ต้องสูญเสียขุนพลคนสำคัญไปให้กับพรรคพลังประชารัฐ หรือ พปชร. ก็คือ วิรัช รัตนเศรษฐ อดีต ส.ส.โคราชหลายสมัย และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย วิรัช หอบเมียหอบลูกย้ายสำมะโนครัวไปอยู่กับพลังประชารัฐ เช่นเดียวกับ "แรมโบ้อีสาน" สุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำ นปช.ที่กลับใจย้ายค่ายแบบ 360 องศา
นอกจากนั้นยังผสานกำลังกับ บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ที่ออกจากชายคาภูมิใจไทย และได้ ภิรมย์ พลวิเศษ แห่งกลุ่มสามมิตรเข้าไปเสริมอีกแรง ทำให้ พปชร.วาดหวังเอาไว้ว่า น่าจะได้ส่วนแบ่ง ส.ส.มากถึง 6 ที่นั่งจาก 14 ที่นั่งเลยทีเดียว
หันไปดูพรรคชาติพัฒนา อดีตรองแชมป์เก่ากันบ้าง เลือกตั้งเที่ยวนี้ยังคงมีหัวเรือใหญ่อย่างสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เช่นเดิม แต่ก็ต้องเจอกับศึกหนักเพราะอดีต ส.ส.โดนกระแสดูดไปอยู่พลังประชารัฐหลายคน ทว่า "สุวัจน์" ก็ได้ไพ่ใบสำคัญอย่าง "ธงชัย ลืออดุลย์" อดีตผู้ว่าฯโคราชขวัญใจชาวบ้าน เพราะมีผลงานย้ายร้านอาหารบนมอปลาย่างริมเขื่อนลำตะคองมาแทน โดย "สุวัจน์" ตั้งเป้าต้องได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่าเดิมคือ 4 ที่นั่ง
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ผลการเลือกตั้งเมื่อปี 54 ได้ ส.ส.ไป 3 ที่นั่ง แต่เลือกตั้งหนนี้ อนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค ลงทุนมาเป็นกุนซือในสนามเลือกตั้งเมืองย่าโมด้วยตัวเอง ถึงแม้จะเสียขุนศึกคนสำคัญอย่าง "บุญจง วงศ์ไตรรัตน์" ไปให้กับ พปชร. แต่อนุทินก็แก้เกมด้วยการผนึกกำลังกับอดีตนักการเมืองท้องถิ่นและนักธุรกิจซึ่งเขามีคอนเนคชั่น เพราะมีบ้านอยู่ปากช่อง ถึงกับประกาศกร้าวว่าจะกวาดที่นั่ง ส.ส.ยกจังหวัดเลยทีเดียว
อีกหนึ่งพรรคที่แม้จะนอกกระแส แต่ก็มองข้ามไม่ได้ คือ พรรคเสรีรวมไทย ที่มี พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส เป็นผู้นำ งานนี้ประกาศขอแบ่งเก้าอี้ ส.ส.โคราช เพราะเตรียมส่ง "บิ๊กวังขนาย" เจ้าของธุรกิจน้ำตาลยักษ์ใหญ่ของประเทศอย่าง วัชรา ณ วังขนาย ลงสู้ศึกด้วยบอกได้คำเดียวว่า สนามเลือกตั้งเมืองย่าโมรอบนี้...เดือดปุดๆ แน่นอน