ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล แถลงจับกุม กลุ่มมิจฉาชีพเปิดบริษัทขายกาแฟในลักษณะแชร์ลูกโซ่ สร้างมูลค่าความเสียหายกว่า 3000 ล้านบาท
โดยกลุ่มมิจฉาชีพมีพฤติการณ์ เปิดบริษัทขายกาแฟแคชแบ็ค อ้างว่า จับมือกับหน่วยงานราชการ เช่น กรมสอบสวนคดีพิเศษ , กระทรวงพาณิชย์ , สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พร้อมอ้างว่า รู้จักกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ชักชวนให้ประชาชนสมัครเป็นสมาชิกโดยให้ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท และจะได้ผลตอบแทนเป็นเงิน 2,050 บาทใน1เดือน ซึ่งจะจ่ายทุกๆ 5 วัน ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และมีประชาชนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิกมากกว่า 86,000 รหัส
และเมื่อวันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทขายกาแฟแคชแบ็ค ประกาศผ่านเว็บไซต์ ว่ามีปัญหา อ้างว่าจะคืนเงินให้ จนบริษัทปิดตัวและปิดเว็บไซต์ โดยที่ยังไม่มีผู้เสียหายได้เงินคืน พร้อทขู่ผู้เสียหายว่า หากเข้าแจ้งความจะระงับการจ่ายเงิน
หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าถึงกลโกงการถูกหลอกลงทุนให้ฟังเสียหายไปกว่า 4แสนบาทในเวลาไม่ถึง1เดือน
ขณะที่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ บอกว่า คดีนี้ถือเป็นการหลอกลวงอีกรูปแบบหนึ่ง ตำรวจได้พยายามสืบสวนหลังมีผู้เสียหายมาร้องทุกข์ จนทราบกลุ่มมิจฉาชีพกลุ่มนี้มี นายทรงทรัพย์ การะภักดี/นายฉัตรคชายัน วงศ์ธนะพันธะพัชระ นางประทุมทิพย์ ประเสริฐ และ นางสาวทิพย์ภาภร พรมประกอบ จึงออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกง , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง , ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
โดยล่าสุดตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 2 ราย คือนายทรงทรัพย์ และ นายฉัตรคชายัน ส่วนอีก 2 รายอยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัว โดยผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยืนยันว่าจะเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือให้เร็วที่สุดเพื่อยึดอายัดทรัพย์ นำเงินส่งคืนสู่ผู้เสียหาย
รวมถึงขณะนี้ อยู่ในระหว่างการขออนุมัติหมายจับเพิ่มเติม รวมถึงคนตัวการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังในคดีนี้ด้วย