ล่าสุดมีรายงานข่าวว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ ได้ลงพื้นที่ สอบปากคำพยานแวดล้อม และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย เบื องต้นพบว่าคนร้ายรายนี้ อาศัยอยู่ภายในชุมชนเดียวกันกับผู้เสียหาย และเมื่อตรวจสอบประวัติ พบว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และยังเป็นบุคคลที่รู้จักกับลูกเขยของผู้เสียหายอีกด้วย โดยก่อเกิดเหตุทราบว่า ลูกเขยของเหยื่อได้ชักชวนนายสมบัติ มาร่วมกันเสพยาที่บ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งเมาได้ที่ นายสมบัติ จึงได้แอบเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายและหลบหนีไป
อย่างไรก็ตาม หลังจากเจ้าหน้าที่ฯ สามารถรวบรวบพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว จึงขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับ โดยศาลได้อนุมัติหมายจับ เลขที่ จ.727/2561 ลงวันที่ 22 พ.ย.61ในข้อหา "ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ และใช้กำลังประทุษร้าย , ข่มขืนใจผู้อื่น ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น
ล่าสุด พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 เปิดเผยว่า คดีนี้ถือเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ ซึ่งตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว ทั้งนี้ คาดว่าในวันนี้ (26พ.ย.) น่าจะมีความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้มานำเสนอให้กับสื่อมวลชนได้รับทราบ
"วันนี้น่าจะมีข่าวดี เกี่ยวกับการติดตามตัวคนร้ายรายนี้ ซึ่งคงต้องรอรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนอีกครั้ง"
มีรายงานข่าวแจ้งว่า ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สามารถจับกุม นายสมบัติ เอาไว้ได้แล้วในพื้นที่ อ.ไทรโยก จ.กาญจนบุรี โดยคนร้ายรายนี้ได้หลบหนีไปกบดานกับเพื่อนรายหนึ่ง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ฯ กำลังดำเนินการนำตัวผู้ต้องหากลับมาสอบปากคำที่ สน.ท่าเรือ