พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องนั้นนางสาวกรองแก้ว จะเป็นผู้รับผิดชอบเปิดรับสมัครหาคนไทยที่มีความต้องการจะไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ผ่านทางโซเชียล หากผู้ใดมีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานจะต้องชำระค่าจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้า จากนั้นจะต้องมาพักรอจำนวนคนหางานที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งผู้ต้องหาอ้างว่ามารอเพื่อเทรนงาน ต่อมา นายไคซิก จะทำหน้าที่ตรวจสอบลักษณะบุคลิกภาพว่าสามารถไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ได้หรือไม่ เมื่อกลุ่มผู้ต้องหาได้ยอดจำนวนคนหางานตามที่ต้องการแล้ว ส่วนนางสาวโชติกาหรือจุ๊บจะดำเนินการออกตั๋วเครื่องบินและ พาผู้ต้องหามาที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้ โดยจะมีชาวเกาหลีใต้ที่ได้ประสานไว้รอรับคนงาน เมื่อเดินทางไปประเทศเกาหลีใต้แล้วคนงานจะต้องทำงานชดเชยค่าใช้จ่ายต่างๆเป็นจำนวนเงิน 55,000 บาทต่อคน
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง3ราย จะพาคนไทยไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้และจะเดินทางจากเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เจ้าหน้าที่จึงเฝ้าติดตามกระทั่งสามารถจับกุมได้ทั้งหมด เบื้องต้นผู้ต้องให้การรับสารภาพว่าทำมานานกว่า5เดือนแล้ว มีเหยื่อหลงเชื่อไม่ต่ำกว่า 3 0ราย จึงแจ้งข้อกล่าวหา จัดหางานให้คนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกตั้งแต่3-10ปี ปรับตั้งแต่ 6 หมื่นถึง 2 แสนบาท ข้อหาร่วมฉ้อโกงประชาชน และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีต่อไป