ข่าวความเคลื่อนไหวทางการเมือง/ ช่วงนี้ต้องบอกว่าพรรคพลังประชารัฐ หรือ พปชร. คึกคักถึงขีดสุด เพราะใกล้เส้นตาย 26 พฤศจิกาฯ ที่บรรดานักการเมืองที่ต้องการลงสมัคร ส.ส. ต้องหาพรรคสังกัดให้ทัน ไม่อย่างนั้นขาดคุณสมบัติ
ความคึกคักเช่นนี้ เรียกว่าสวนทางกับพรรคเพื่อไทย แชมป์เก่า ที่มีแกนนำ "ไหลออก" เป็นจำนวนมาก / แม้แกนนำพรรคหลายคนจะอ้างว่าเป็น "ยุทธการแตกแบงก์พัน" แต่คอการเมืองมองว่า มีร่องรอยความแตกร้าวแบบปิดไม่มิดให้เห็นอยู่อย่างชัดเจน
นับถึงวันนี้ก็เหลืออีกไม่ถึง 20 วัน ก็จะได้เวลาปลดล็อคการเมือง เพราะกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ / ล่าสุดนายกฯลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา บอกว่า จะกำหนดวันหารือกับพรรคการเมืองเพื่อปลดล็อค ในวันที่ 7 ธันวาคมนี้ ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต(ถ้าเวลาเกินยกท่อนนี้ได้...หลายคนคงยังจำได้ว่า สโมสรทหารบก ริมถนนวิภาวดีฯ ก็คือสถานที่ที่ "บิ๊กตู่" ยึดอำนาจ และกักตัวนักการเมืองเอาไว้ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ปี 57 ไม่รู้บางคนจะอยากไปประชุมอยู่หรือไม่)วันนี้นักข่าวได้ถามถึงอนาคตทางการเมืองของนายกฯลุงตู่ ว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ ปรากฏว่า ท่านนายกฯยังคงสงวนท่าทีเหมือนเคย อ้างว่าขอดูกฎหมายก่อนว่าเขียนไว้อย่างไร และจะทำอะไรได้บ้างเส้นทางเดินสู่ถนนสายการเมือง และหวนกลับมาเป็นนายกฯสมัยที่ 2 มีแนวทางไหนได้บ้าง / ล่าความจริงสรุปมาได้ 3 เส้นทาง โดยทุกเส้นทางจะไม่มีการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เพราะขัดกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ว่าหากคนใน ครม. หรือ สนช.ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็ต้องลาออกภายใน 90 วันหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ซึ่งขณะนี้ล่วงเลยมานานแล้ว
เส้นทางที่แรก / ตัดสินใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และมีชื่อในบัญชีนายกฯของพรรค เพื่อแสดงตัวนำพรรคสู้ศึกเลือกตั้งอย่างชัดเจน / และหลังเลือกตั้งหากรวบรวมเสียงในสภาได้มากพอ ก็จะได้เป็น "นายกฯคนใน" / แต่เส้นทางนี้มีความเป็นไปได้น้อย เพราะหาก "ลุงตู่" เป็นสมาชิกพรรคการเมือง คงถูกหลายฝ่ายกดดันให้ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เหมือนกรณี 4 รัฐมนตรี
เส้นทางที่ 2 / ไม่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ แต่ยอมให้เสนอชื่อนายกฯในบัญชีพรรค / เมื่อถึงช่วงการเลือกตั้ง ก็ไม่แสดงตัวนำพรรคอย่างชัดเจน เรียกว่า "แต่งหล่อ รอเทียบเชิญ" เท่านั้น / หากพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ และชนะโหวตในสภา ก็เป็น "นายกฯคนใน" ได้เหมือนกัน
เส้นทางที่ 3 / คือไม่สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ / และไม่ยอมให้พรรคการเมืองใดเสนอชื่อเป็นนายกฯในบัญชีพรรคเลย / หลังเลือกตั้งต้องรอให้กระบวนการสรรหานายกฯคนในมีปัญหา / ก็จะมีการเสนอขอเสียงรับรองจากรัฐสภา 2 ใน 3 คือ 500 เสียงจาก 750 เสียง เพื่อเลือก "นายกฯคนนอก" มากู้วิกฤติบ้านเมือง ซึ่งหากใครคนนั้นคือ "บิ๊กตู่" / ท่านก็จะกลายเป็น "นายกฯคนนอก" ไปโดยปริยาย / แต่วิธีนี้มีโอกาสน้อยเหมือนกัน เพราะต้องรวมเสียงในรัฐสภาสูงถึง 500 เสียง และเสี่ยงถูกพรรคการเมืองหักหลัง ตกลงกันตั้งแต่เลือกนายกฯคนในรอบแรก