รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ บอกว่าแม้สำนักงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.ระบุว่าเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ของปี ขยายตัว 3.3% ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ แต่ในไตรมาสสุดท้ายทั้งปี GDP จะต้องโตให้ได้ถึง 4% จึงต้องเร่งเดินหน้าการลงทุนให้เป็นไปตามเป้า และประคับประคองในการท่องเที่ยวเริ่มกลับมาฟื้นตัว และหากในช่วง 2 เดือนสุดท้าย การส่งออกขยายตัวได้ 7% ต่อเดือน จะมีส่วนช่วยทำให้จีดีพีโตถึง 4% ได้
พร้อมกำชับการเบิกจ่ายภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ในช่วงไตรมาสสุดท้ายให้เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ รวมถึงการลงทุนในด้านต่างๆ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้สิทธิประโยชน์ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย หากงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ยังมีโครงการที่น่าสนใจก็ให้คิดล่วงหน้าไว้ ซึ่งสามารถปรึกษากับทาง สศช. ได้ด้านผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. ประภาศ คงเอียด บอกว่าจะเร่งสนองนโยบายในการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2561 ให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยกรอบการลงทุนของรัฐวิสาหกิจในปี 2561 ที่ สคร. กำกับดูแล 45 แห่ง มีจำนวน 445,191 ล้านบาท โดยผลการเบิกจ่ายลงทุนสะสมถึงเดือนตุลาคม 2561 เท่ากับ 339,279 ล้านบาท หรือคิดเป็น 85% ของแผนการเบิกจ่ายลงทุนสะสม
สำหรับในปี 2562 รัฐวิสาหกิจที่ สคร. กำกับดูแล 45 แห่ง มีกรอบการลงทุนจำนวน 391,866 ล้านบาท มาจากรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่ ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ บมจ.ปตท เป็นต้น