เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) สางปมงาบหัวคิวคนพิการ บทพิสูจน์รัฐบาลปราบโกง

13 พ.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) สางปมงาบหัวคิวคนพิการ บทพิสูจน์รัฐบาลปราบโกง

ไปต่อกันที่ "ประเด็นเกาะติดของล่าความจริง" ซึ่งเรานำเสนอมาตลอดในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา คือการเปิดโปงขบวนการทุจริตเงินอุดหนุนและเบียดบังสิทธิประโยชน์ของคนพิการ ข้อมูลการทุจริตรูปแบบต่างๆ แม้จะไหลมาอย่างต่อเนื่องจากพี่น้องคนพิการหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ และน่าเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แบ่งสรรผลประโยชน์กับมูลนิธิหรือชมรมช่วยเหลือคนพิการ แต่ปรากฏว่าการเคลื่อนไหวเปิดโปงข้อมูลทุจริตที่ผ่านมา กลับไม่ได้รับความสนใจจากรัฐบาลและหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเท่าที่ควร วันนี้ "ล่าความจริง" โดยคุณอนุรักษ์ เพ็ญสวัสดิ์ จะพาไปย้อนดูเส้นทางการแฉทุจริตเงินอุดหนุนคนพิการ ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปัจจุบันนี้ กระทั่งคนพิการทนไม่ไหว ต้องเดินหน้ายื่นฟ้องศาลแรงงานด้วยตัวเอง

ขบวนการทุจริตเงินอุดหนุนคนพิการ ทั้งหักหัวคิว ปาดหน้าเค้ก และเบียดบังสิทธิประโยชน์ที่คนพิการควรจะได้รับ ถูกเปิดโปงโดยประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ปรีดา ลิ้มนนทกุล อย่างต่อเนื่องมานานกว่า 2 เดือนแล้ว เรียกได้ว่าข้อมูลตัวเลขเงินหล่นหายไปเข้ากระเป๋าใครถึงปีละ 1,500 ล้านบาท และภาพชีวิตสุดรันทดของพี่น้องคนพิการที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ สร้างกระแสความสนใจให้กับผู้คนในสังคมได้ไม่น้อยเลย
และจากข่าวที่ออกมาก็ทำให้คนไทยได้รู้ว่า ระบบกฎหมายบ้านเราดูแลพี่น้องคนพิการเพื่อนร่วมชาติเป็นอย่างดี แต่ที่ไม่ดีคือขบวนการทุจริตที่เข้าไปสูบผลประโยชน์จากผู้ด้อยโอกาสต่างหาก

เงินอุดหนุนคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการนั้น มีอยู่ 3 ส่วนหลักๆ ด้วยกัน บัญญัติอยู่ใน 3 มาตราของกฎหมาย ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนในการดูแลคนพิการในฐานะผู้ด้อยโอกาสในสังคม

เริ่มจากมาตรา 33 กำหนดให้นายจ้างหรือสถานประกอบการจ้างงานคนพิการในอัตราส่วน 1 คน ต่อการจ้างพนักงานทั่วไป 100 คน แต่ก็พบปัญหาไม่ได้จ้างจริง เอาชื่อคนพิการไปสวม แล้วให้นอนอยู่บ้าน เพื่อกดค่าจ้างให้ต่ำๆ จากเดือนละเกือบหมื่น เหลือแค่ 2-3 พันบาท

มาตรา 34 เป็นทางเลือกให้นายจ้างและสถานประกอบการ หากไม่ต้องการจ้างคนพิการเข้าทำงาน ก็สามารถจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการได้ ในอัตราและจำนวนเท่ากับที่ต้องจ้างงานคนพิการจริงๆ

และมาตรา 35 หากนายจ้างและสถานประกอบการไม่เลือกทั้ง 2 วิธีข้างต้น ยังสามารถเลือกอุดหนุนคนพิการได้อีก 7 อย่าง

กฎหมายเขียนเอาไว้สวยหรู มีช่องทางให้ทำมากมาย แต่เวลาปฏิบัติจริงกลับมีการหักหัวคิวและเอาเปรียบคนพิการ ทั้งจ่ายค่าแรงไม่ครบ และเบียดบังสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับจากการฝึกอาชีพ โดยมีมูลนิธิและชมรมคนพิการที่ทำหน้าที่เหมือนนายหน้า เข้ามาสูบผลประโยชน์ ซึ่งทางเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมด้วย แต่ 2 กระทรวงที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงแรงงาน กลับยืนกรานว่าเจ้าหน้าที่ของตนไม่มีเอี่ยว

ปรีดา เล่าว่า นับตั้งแต่ที่เขาเปิดศูนย์รับเรื่องร้องเรียนจากคนพิการทั่วประเทศ มีคนพิการที่ถูกโกงเงินอุดหนุน ส่งเอกสารหลักฐานเข้ามาจำนวนมากจากหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งนนทบุรี สมุทรปราการ นครราชสีมา หนองคาย กาฬสินธุ์ เชียงใหม่ ลำพูน และลพบุรี

ทั้งๆ ที่มีเอกสารหลักฐานชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง แถมยังใช้อำนาจข่มขู่คนพิการเมื่อเรื่องราวของตนเองถูกเปิดโปง อย่างเช่นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ก็น่าแปลกที่หน่วยงานรัฐด้วยกันกลับนิ่งดูดาย และไม่มีความจริงจังในการสอบสวนเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง

สุดท้ายเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการก็ทนไม่ไหว ต้องบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไพบูลย์ นิติตะวัน ให้เข้ามาช่วยเหลือเรื่องการฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน เพื่อให้สถานประกอบการคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่จ่ายให้ไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม กลับมาให้ถึงมือคนพิการทุกคน ซึ่งล่าสุดมีคดีตัวอย่างของคนพิการจากจังหวัดสมุทรปราการ ยื่นฟ้องเรียกคืนค่าจ้างกว่า 3 แสนบาทแล้ว เพราะทำงานมานาน 42 เดือน โดนกดค่าแรง 3 เท่ามาตลอดทุกเดือน

การสะสางปัญหาทุจริตเพื่อดูแลสิทธิประโยชน์ให้กับพี่น้องคนพิการ กำลังเป็นบทพิสูจน์น้ำยาของรัฐบาลปราบโกงภายใต้การนำของ "นายกฯลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะไม่ว่าเรื่องนี้จะมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ แต่รัฐบาลก็ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เพราะเม็ดเงินทุกบาททุกสตางค์ และสิทธิประโยชน์ทุกอย่างที่คนพิการถูกเบียดบัง เป็นพฤติการณ์ที่ขัดต่อบทบัญญัติตามกฎหมายที่ทุกฝ่ายต้องยึดถือ

ข่าวล่าสุด