เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉยึดเอทีเอ็ม! หักหัวคิวเงินอุดหนุนครูใต้

12 พ.ย. 2561 | jirasin_yin

แฉยึดเอทีเอ็ม! หักหัวคิวเงินอุดหนุนครูใต้

อีกหนึ่งประเด็นเกาะติดของ "ล่าความจริง" คือการตรวจสอบปมทุจริตเงินอุดหนุนของรัฐในการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเอกชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาเราเปิดโปงเส้นทางการทุจริตมาอย่างต่อเนื่องหลายรอบแล้ว

ถ้ายังจำกันได้ เราเคยเล่าให้ฟังในเรื่อง "นักเรียนผี" ซึ่งหมายถึงแต่ละโรงเรียนมีรายชื่อนักเรียนซ้ำซ้อนกัน หรือมีชื่อนักเรียน แต่กลับไม่มีตัวผู้เรียนอยู่จริง เด็กนักเรียนบางคนมีชื่อวนถึง 7 โรงเรียยน ส่งผลให้มีการเบิก "งบอุดหนุนรายหัวนักเรียน" เกินจริง ซึ่งอาจเข้าข่ายทุจริต ประเด็น "นักเรียนผี" นี้ กระทรวงศึกษาธิการเคยเข้าตรวจสอบ และสามารถเรียกคืนเงินอุดหนุนได้ถึง 134 ล้านบาทในช่วง 3 ปีงบประมาณ คือปีงบประมาณ 2556-2558 ทำให้ปัจจุบันปัญหานี้ลดน้อยลง

แต่ปัญหาความไม่โปร่งใสก็ยังไม่หมดไป เพราะล่าสุดมีข่าวว่า การทุจริตเงินอุดหนุนได้พัฒนาไปถึงขั้น "หักหัวคิวเงินเดือนครู" ด้วยการยึดบัตรเอทีเอ็มไว้ที่โรงเรียนกันแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าตรวจสอบโรงเรียนเอกชนเป้าหมายหลายแห่งในจังหวัดปัตตานี และสามารถตรวจยึดบัตรเอทีเอ็มที่ใช้คู่กับบัญชีเงินเดือนของครูในโรงเรียนได้จำนวน 23 ใบ โดยเป็นบัตรเอทีเอ็มของครู 23 คน เจ้าหน้าที่พบว่าถูกทางโรงเรียนยึดเอาไว้ แล้วเบิกเงินเดือนจ่ายให้ครูต่ำกว่ายอดจริงที่รัฐอุดหนุน

รองแม่ทัพภาคที่ 4 พลตรี จตุพร กลัมพสุต (อ่านว่า กะ-ลำ-พะ-สุด) บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า รัฐบาลจ่ายเงินอุดหนุนให้กับครูโรงเรียนเอกชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งถือเป็น "พื้นที่พิเศษ" โดยอุดหนุนให้ครูมีรายรับไม่ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือน บวกกับ "เบี้ยเสี่ยงภัย" อีก 2,500 บาทต่อเดือนแต่เดิมมีการโอนเงินให้กับทางโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนนำไปจ่ายให้ครูอีกทอดหนึ่ง แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในปีก่อนๆ พบว่า ผู้บริหารโรงเรียนจ่ายเงินเดือนครูไม่ครบ มีการหักเอาไว้ประมาณครึ่งหนึ่ง โดยอ้างว่านำไปใช้ในกิจการอื่นของโรงเรียน หรือนำไปจ้างครูเพิ่ม เพราะครูไม่เพียงพอ

ต่อมาหน่วยงานรัฐจึงเปลี่ยนวิธีใหม่ ด้วยการโอนเงินตรงเข้าบัญชีเงินเดือนครูแทน แต่ก็พบปัญหาใหม่คือ ทางโรงเรียนบังคับให้ครูนำเงินเดือนประมาณครึ่งหนึ่ง หรือราวๆ 7,000 บาท มอบให้กับทางโรงเรียน โดยอ้างว่าเป็นการบริจาค เพื่อให้โรงเรียนนำเงินไปใช้อย่างอื่น

ล่าสุด จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของฝ่ายความมั่นคง พบว่า หลายโรงเรียนมีพัฒนาการหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ด้วยการยึดบัตรเอทีเอ็มของครูทุกคนไว้ แล้วทำหน้าที่กดเงินเดือนจ่ายให้ครูแทน โดยจ่ายให้เฉลี่ยคนละ 6,400 บาทเท่านั้น เท่ากับหักไปกว่าครึ่ง หรือ 8,600 บาทเลยทีเดียว ส่วน "เบี้ยเสี่ยงภัย" เดือนละ 2,500 บาท ก็ถูกโรงเรียนหักไว้ราวๆ ครึ่งหนึ่งเหมือนกันเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ทหารจึงยึดบัตรเอทีเอ็มของครูไว้เป็นของกลาง เพื่อตรวจสอบดำเนินคดีกับทางโรงเรียน โดยพบโรงเรียนที่ทำพฤติกรรมแบบนี้เฉพาะในพื้นที่จังหวัดปัตตานี 3 โรง อยู่ใน อำเภอยะรัง อำเภอสายบุรี และ อำเภอทุ่งยางแดง อำเภอละ 1 โรงเรียน เจ้าหน้าที่กำลังประสานให้ครูที่ถูกยึดบัตรเอทีเอ็มเข้าแจ้งความในฐานะผู้เสียหาย แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร เนื่องจากครูไม่อยากมีปัญหากับทางโรงเรียน และกลัวว่าจะตกงาน เพราะในพื้นที่ชายแดนใต้หางานทำยาก การได้เงินเดือนราวๆ 6,000-7,000 บาท ก็ยังดีกว่าไม่มีรายได้อะไรเลย

ขณะที่ทางผู้บริหารโรงเรียนพยายามชี้แจงว่า เป็นการหักเงินเดือนครูเอาไว้จ้างครูเพิ่ม เพื่อประสิทธิภาพในการสอนหนังสือและดูแลเด็กให้ทั่วถึง เนื่องจากโรงเรียนหลายแห่งมีครูไม่เพียงพอ เพราะมีเด็กนักเรียนจำนวนมาก และต้องสอนทั้ง 2 ระบบ 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรศาสนา กับหลักสูตรสายสามัญ ที่ผ่านมาก่อนจ้างงานหรือบรรจุครู จะมีการทำสัญญาระหว่างครูกับโรงเรียนอย่างชัดเจน รับรู้ข้อมูลตรงกันทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นจึงไม่ใช่การทุจริตแต่ประเด็นนี้ฝ่ายความมั่นคงมองว่า เหตุผลที่ชี้แจงยังฟังไม่ขึ้น เพราะหากโรงเรียนมีนักเรียนมาก ก็จะได้เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนมากตามไปด้วย ขณะที่เงินเดือนครูที่โรงเรียนบางแห่งหักเอาไว้ พบหลักฐานเส้นทางเงินว่านำไปจ่ายให้กับคนใกล้ชิดของผู้บริหารโรงเรียน ซึ่งบรรจุเข้ามาเป็นครูทั้งๆ ที่ไม่มีวุฒิการศึกษา หรือมีวุฒิฯแต่ไม่ตรงกับวุฒิฯที่สามารถบรรจุเป็นครูได้ นอกจากนั้นยังมีบางรายนำเงินที่หักจากครูไปมอบให้กับผู้ก่อความไม่สงบที่ถูกจับกุมด้วย บางรายติดคุกอยู่ก็ยังรับเงินโอนจากทางโรงเรียน
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมของ "ล่าความจริง" " พบว่าการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนให้กับโรงเรียนเอกชนทุกระดับทั่งประเทศ คือระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย มีทั้งการอุดหนุนค่าจัดการเรียนการสอน ซึ่งรวมถึงสมทบเงินเดือนครูเป็นรายปีด้วย นอกเหนือไปจากการอุดหนุนค่าหนังสือเรียน เครื่องแบบนักเรียน อุปกรณ์การเรียน และการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพให้ผู้เรียน ในส่วนนี้เรียกว่า "มาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล" หรือ "เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียน" ซึ่งนักเรียนในโรงเรียนเอกชนการกุศลและโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามของมัสยิดหรือมูลนิธิ ก็ได้รับเงินอุดหนุนเช่นกัน

คุณผู้ชมดูตามตารางบนหน้าจอไปพร้อมกันเลย จะเห็นได้ว่า เงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนที่คิดง่ายๆ ว่าจ่ายให้เด็กแต่ละคน เฉลี่ยราวๆ 14,000 บาทถึง 16,000 บาทต่อคนต่อปีนั้น ในส่วนนี้ก็มีค่าสมทบเงินเดือนครูอยู่แล้ว ขณะที่งบอาหารกลางวันและอาหารเสริมนม ก็มีการอุดหนุนแยกต่างหาก

สำหรับในพื้นที่พิเศษซึ่งเป็น "พื้นที่เสี่ยงภัย" อย่างสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐยังมีโครงการสนับสนุนการจัดการศึกษาของโรงเรียนเอกชน สถาบันศึกษาปอเนาะ และศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด หรือ "ตาดีกา" ด้วย โดยอุดหนุนทั้งค่าบริหารจัดการ และค่าตอบแทนผู้สอน ตลอดจนสื่อการเรียนการสอน และโครงสร้างด้านกายภาพของโรงเรียน / เฉพาะในส่วนนี้ใช้งบประมาณเฉลี่ยปีละ 400-500 ล้านบาท

สรุปก็คือรัฐอุดหนุนให้ทั้งหมดแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาความไม่โปร่งใส มีข้อหายึดเอทีเอ็มหักหัวคิวกันอีก ก็ต้องรอดูว่าการตรวจสอบเรื่องนี้จะมีความคืบหน้าไปอย่างไร และจะมีครูใจกล้า เข้าแจ้งความในฐานะผู้เสียหายหรือไม่


ข่าวล่าสุด