ร.ฟ.ท.มั่นใจเอกชนอย่างน้อย 2 ราย ยื่นซองประมูลชิงโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท ขณะที่กลุ่มบีทีเอสเดินทางมายื่นเอกสารเป็นรายแรก
รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. วรวุฒิ มาลา ระบุ ในการยื่นเอกสารประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน มูลค่า 2.2 แสนล้านบาทวันนี้ มั่นใจว่าจะมีเอกชนยื่นข้อเสนอไม่ต่ำกว่า 2 ราย ซึ่งจะใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 เดือนน่าจะสรุปผลการคัดเลือก
โดย ร.ฟ.ท.กำหนดให้ยื่นเอกสาร 4 ซอง คือ 1.ซองคุณสมบัติ 2.ซองเทคนิค 3.ซองข้อเสนอการลงทุน และ 4.ซองข้อเสนอพิเศษเพื่อให้โครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ซองนี้จะไม่มีผลต่อการให้คะแนน โดยจะพิจารณาจากซองที่ 3 คือด้านการเงินและรายละเอียดการลงทุน
ร.ฟ.ท.ไม่จำกัดเงื่อนไขด้านเทคนิคว่าต้องใช้เทคโนโลยีระบบรถไฟจากประเทศใด แต่เอกชนต้องระบุในข้อเสนอว่าจะใช้เทคโนโลยีของผู้ผลิตรายใดและมีผลดีอย่างไร ส่วนประเด็นของการจัดหาผู้ร่วมทุนภายหลังการคัดเลือก สามารถดำเนินการได้ แต่ต้องเป็นผู้เคยซื้อซองประมูล เช่นกรณีบมจ.ปตท. หากจะร่วมลงทุนกับผู้ชนะประมูลก็สามารถดำเนินการได้ เพราะได้ซื้อซองประมูลไปก่อนหน้านี้
โดยในช่วงครึ่งวันแรกกลุ่ม BSR Joint Venture ได้เดินทางมายื่นเอกสารการประมูลเป็นรายแรก โดยกลุ่มดังกล่าวประกอบด้วย บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น และบมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง ซึ่งปัจจุบันกลุ่ม BSR เป็นผู้ดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง
ส่วนกลุ่มซีพีคาดว่าจะเดินทางมายื่นเอกสารในช่วงบ่ายวันนี้ โดยกก่อนหน้านี้รองประธานสำนักพัฒนาโครงการพิเศษ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี อติรุฒม์ โตทวีแสนสุข ยืนยันว่าจะเข้าร่วมการประมุลอย่างแน่นอน โดยจะร่วมกับพันธมิตรในนามกิจการร่วมค้า เช่น ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรัคชั่น ซิติก กรุ๊ป จากจีน ซีเมนส์จากเยอรมนี ฮุนไดจากเกาหลีใต้ ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือเจบิก จากญี่ปุ่น ส่วนพันธมิตรที่เป็นบริษัทไทย เช่น บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บมจ.ช.การช่าง บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือบีอีเอ็ม