รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น พร้อมด้วยรักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ คุมตัวนายสุรสิทธิ์ จันทร์วงศ์สกุล ผู้ต้องหายิงนายณัฏฐวัฒน์ เพียรสกุล หรือ โบ๊ต ติวเตอร์สอนพิเศษวิชาคณิตศาสตร์ แล้วนำศพยัดอำพรางทิ้งไว้บริเวณใต้ท้องรถแท็กซี่ มาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ
จากนั้นคุมตัวนายสุรสิทธิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่ยิงนายณัฐวัฒน์ ผู้ตาย บริเวณย่านบุพผาราม ขณะที่โทรเรียกผู้ตายมาเพื่อพูดคุยในวันที่ 7 พ.ย. แล้วนำศพมาซ่อนอำพรางไว้ ริมถนนภายในซอยประชาชื่น 4 แยก 1-4 บริเวณใต้ท้องรถแท็กซี่ สีชมพู ที่จอดเสียไม่ได้ใช้งานอยู่ข้างทาง จนตำรวจมาพบในคืนวันที่10 พ.ย.จนสามารถจับกุมตัวได้
โดยขณะทำแผน ผู้ต้องชี้จุดที่เคลื่อนย้ายศพลงจากรถยนต์ฟอร์ดเอฟเวอเรส สีส้ม ทะเบียน 6 กธ 5416 กทม.ซึ่งเป็นรถคันที่ใช้ในการก่อเหตุ
จากนั้นนำศพมายัดไว้ใต้ท่องรถแท็กซี่สีชมพู และนำโทรศัพท์ของผู้ตายไปทิ้งไว้ในคลองข้างจุดเกิดเหตุ และนำกระเป๋าของผู้ตายมาทิ้งไว้ในจุดใกล้กัน
โดยนายสุริสิทธิ์ ยอมรับว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะ โกรธแค้นหึงหวง ประกอบกับวันเกิดเหตุได้โทรไปเรียกให้ผู้ตายออกมาเพื่อเคลียร์ปัญหา แต่เกิดมีปากเสียงกัน ทำให้โมโห ชักปืนยิง จนผู้ตายเสียชีวิต ซึ่งปกติเป็นคนพกปืนอยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าเรื่องจะถึงขึ้นนี้ พร้อมฝากขอโทษครอบครัวผู้ตายด้วย ส่วนที่นำศพมาที่บริเวณนี้เนื่องจากคุ้นเคยและอยู่แถวบ้าน
ขณะที่ พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ บอกว่า คดีนี้ไม่ได้มีความซับซ้อน หรือ ยุ่งยาก เนื่องจากนายสุรสิทธิ์ ผู้ต้องหา ได้กระทำการเพียงคนเดียว ซึ่งหลังจากที่ตำรวจทราบเรื่องก็สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทันทีโดยใช้เวลาไม่นาน เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหารับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริงและทำไปด้วยความหึงหวง จึงบันดาลโทสะยิงหนึ่งนัด ซึ่งปืนที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุเป็นมรดกจากบิดา
ส่วนการกระทำครั้งนี้ จะเป็นการเจตนาฆ่าหรือไม่นั้นพนักงานสอบสวนจะต้องสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งทั้งนี้ ตำรวจได้ดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย / และ ปิดบังซ้อนเร่นอำพรางศพ
และช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลอาญา รัชดา พร้อมคัดค้านการประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์