รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า เมื่อวันที่ 5 พ.ย. อดีตส.ส.อีสานพรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่งได้นัดรับประทานอาหารกันที่ย่านเมืองทองธานี โดยหารือถึงการตั้งพรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) ว่า ใครจะไปหรือไม่ไปร่วมงานกับพรรคดังกล่าว โดยอดีตส.ส.รุ่นใหญ่ในพรรคต่างยืนยันว่า ยังอยู่กับพรรคเพื่อไทย ส่วนผู้ใหญ่ในพรรคที่มีชื่อตกเป็นข่าวว่าไปร่วมกับพรรคไทยรักษาชาติ เช่น นายนพดล ปัทมะ นายจาตุรนต์ ฉายแสง นั้นได้แสดงท่าทีออกมาชัดเจนว่าไม่ต้องการออกไปทำงานกับพรรคไทยรักษาชาติ เพราะต้องการไปเดินตามเด็ก ควรปล่อยให้เด็กรุ่นใหม่ทำกันไป
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า ขณะนี้มีความชัดเจนแล้วว่า จะมีแกนนำพรรค และอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยจำนวนหนึ่ง ย้ายไปอยู่กับพรรคไทยรักษาชาติ ที่จะมีการเปิดตัวเป็นทางการและเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยเฉพาะ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พาณิชย์ อดีตส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ที่ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาตินั้น ขณะนี้ร.ท.ปรีชาพลได้ลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว และจะเดินไปเปิดตัวร่วมงานกับพรรคไทยรักษาชาติอย่างเป็นทางการพร้อมกับอดีตส.ส.บางส่วนที่สนิทสนมกัน โดยพรรคดังกล่าวจะให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคเพื่อไทย ย้ายไปอยู่กับพรรคนี้เเละชูความเป็นคนรุ่นใหม่ จึงใช้คนรุ่นใหม่มาเป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ก็เกิดคำถามขึ้นมาว่า แกนนำพรรคเพื่อไทยที่จะย้ายไปอยู่กับพรรคนี้จะเอาไปไว้จุดไหน ต้องมีตำแหน่งหรือไม่ หรือไปเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่า คือพรรคเครือข่ายและลงสมัครในนามส.ส.บัญชีรายชื่อ
"ตอนนี้ได้เกิดความวุ่นวายสับสนในพรรคขึ้น เพราะมีความพยายามที่จะให้ว่าที่ผู้สมัครหรืออดีตผู้สมัครส.ส.ที่เคยสอบตก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคใต้ หรือในเขตที่พรรคเพื่อไทยมองว่า ไม่ชนะในเขตนั้นๆ ย้ายมาลงสมัครในนามพรรคใหม่นี้เพื่อเป็นการกวาดคะแนนส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ ให้กับพรรคไทยรักษาชาติ ส่วนของพรรคเพื่อไทยจะล็อกเป้าเลือกส่งเฉพาะเขตที่คาดว่าชนะแน่นอน เพราะหากพรรคเพื่อไทยได้ส.ส.เขตจำนวนมากก็จะไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งคาดว่าพรรคเพื่อไทยก็น่าจะส่งส.ส.ไม่ครบ 350 เขต น่าจะเหลือประมาณ 250 เขต หากใช้วิธีนี้จะทำให้ได้จำนวนส.ส.มากขึ้นในแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคนี้" รายงานข่าวระบุ
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เขตที่เข้าข่ายต้องย้ายไปพรรคใหม่นี้ พบว่าจำนวนไม่น้อยไม่อยากย้ายไปพรรคนี้และอยากลงในนามพรรคเพื่อไทย โดยให้เหตุผลว่า ถึงแม้จะแพ้ก็แพ้ในนามพรรคเพื่อไทยดีกว่าแพ้ในนามพรรคอื่น และเรื่องใหญ่ที่สำคัญมากที่สุดคือ หากย้ายไปจริงๆ จะตอบประชาชนในพื้นที่อย่างไร และตั้งคำถามว่า ผู้ใหญ่ในพรรคเล่นอะไรกันอยู่ ซึ่งหลายคนก็กำลังตัดสินอยู่เพราะมีเวลาถึงวันที่ 26 พ.ย.นี้ในการตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไร
ส่วนพรรคเพื่อธรรม ที่มีการคาดหมายกันว่า จะเป็นพรรคสำรองอันดับหนึ่งเเละตั้งไว้รองรับสมาชิกพรรคเพื่อไทย หากเกิดอุบัติเหตุการเมืองนั้น รายงานข่าวแจ้งอีกว่า แต่จากสัญญาณล่าสุดพรรคเพื่อไทยมีสัญญาณที่ดีที่สามารถดำเนินกิจกรรมการเมืองต่อไปได้ รวมทั้งยังมีการเปิดตัว วางยุทธศาสตร์อย่างเด่นชัดให้พรรคไทยรักษาชาติ ทำให้พรรคเพื่อธรรม จะค่อยๆลดบทบาทลง ปล่อยให้พรรคเพื่อไทย พรรคไทยรักษาชาติ เป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนสำหรับการเลือกตั้งในปีหน้า
รายงานข่าวแจ้งอีกว่าสำหรับยุทธศาสตร์การเลือกตั้งเป็นที่ชัดเจนแล้ว จะใช้พรรคเพื่อไทยกับพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคหลักในการขับเคลื่อนงานการเมืองในการเลือกตั้งปี 2562 โดยพรรคเพื่อไทยยังเป็นพรรคหลัก เน้นนักการเมืองเกรดเอจากพรรคเพื่อไทย เเละเน้นส.ส.ระบบเขตเป็นหลัก โดยจะส่งผู้สมัครประมาณ250เขต ส่วนพรรคไทยรักษาชาติจะส่งผู้สมัครในพื้นที่ซึ่งพรรคเพื่อไทยคะแนนนิยมไม่ดีนัก เช่น ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ประมาณ 100 เขต โดยทั้งสองพรรคจะรวบรวมเสียงให้ได้มากที่สุด หวังปัจจัยผันแปรจากพรรคการเมืองอื่นที่ยังแทงกั๊กและพรรคพันธมิตร จับมือร่วมกันแข่งจัดตั้งรัฐบาลให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแบบอักษร พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.)นั้น มีความละม้ายคล้ายกับพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างมาก ตัวย่อ ทษช เป็นตัวอักษรหัวกลมใช้สีน้ำเงินทุกตัว มีเพียง ท.ทหาร ที่มีสีแดง สลับน้ำเงินคาดเท่านั้น ส่วนตัว ษ.ฤาษี กับ ช.ช้าง เป็นตัวอักษรสีน้ำเงิน ด้านล่างเขียนว่า พรรคไทยรักษาชาติ