โดยกรมประมงจะประชุมร่วมกับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลักษณ์ วจนานวัช ภายในวันที่ 15 พ.ย.นี้
ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้น จะพิจารณามาตรการการนำเข้าสินค้าด้าน IUU โดยได้มอบหมายให้ รมช.เกษตร เร่งรัดให้กรมประมงหารือกับฝ่ายเมียนมาให้ได้ข้อยุติภายใน 30 พ.ย.นี้ การแก้ปัญหาระยะกลาง จะพิจารณามาตรการการนำเข้าสินค้าด้านสุขอนามัย โดยเร่งรัดให้กรมประมงจัดการการประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้ข้อยุติภายใน 15 ธ.ค.นี้ ส่วนมาตรการแก้ปัญหาระยะยาว จะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อจัดทพข้อมูลการตลาดสินค้าสัตว์น้ำทั้งห่วงโซ่อุปทาน ข้อมูลต้นทุนการจับสัตว์น้ำของชาวประมงตามชนิดเครื่องมือและขนาดเรือประมง โดยแต่งตั้งคณะทำงานประกอบด้วย กรมประมง กรมการค้าภายใน องค์การสะพานปลา ภาคเอกชน นักวิชาการ กำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนด้านประธานคณะกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย มงคล สุขเจริญคณา ระบุ ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ปริมาณการนำเข้าสัตว์น้ำแช่เย็นผ่านด่านพุน้ำร้อนมีปริมาณสูงถึง 111,415 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่าการนำเข้า 6,098,670 บาท ซี่งสัตว์น้ำแช่เย็นเหล่านี้ ได้แก่ หมึก ปลา ปู กุ้ง เป็นต้น โดยสัตว์น้ำเหล่านี้ถูกนำมาขายในประเทศไทย เพื่อการบริโภคในประเทศเป็นหลัก ขณะที่เรือประมงไทยเองก็มีความสามารถเพียงพอที่จับสัตว์น้ำเหล่านี้เพื่อบริโภคในประเทศ แต่เมื่อมีสัตว์น้ำนำเข้าจากเมียนมาเข้ามา ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำมีมากจนทำให้ราคาตก
ทั้งนี้ สถิตินำเข้า-ส่งออกสัตว์น้ำ ปี 2561 ผ่านด่านพุน้ำร้อน ปริมาณสัตว์น้ำนำเข้าช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ย. 2561 มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากเดิม 93,770 กิโลกรัม เป็น 238,025 กิโลกรัม ประกอบกับปริมาณสัตว์น้ำที่ชาวประมงจับได้ในช่วงนี้มีปริมาณมาก ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำที่จำหน่ายมีมากจนล้นตลาดจนทำให้ราคาตกต่ำ