จาการตรวจสอบพบว่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะที่นายเขษม บวรกีรติโรจน์ อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย ได้ขับจยย.อยู่บนถนนภายในโครงการบางใหญ่ซิตี้ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุก็พบว่ามีเส้นคล้ายลวดมาเกี่ยวที่คอจนทำให้ตัวนายเขษมกระเด็นตกจากรถจยย. ขณะที่นายสุรัตน์ เหลืองอ่อน อายุ 44 ปี อาชีพขับวินจยย.รับจ้าง ขับจยย.สวนมาก็โดนในลักษณะเดียวกัน เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นสายเคเบิ้ลที่ห้อยตกลงมาจากเสาไฟฟ้า หลังจากนั้นทั้งสองคนได้ไปแจ้งความที่ สภ.บางใหญ่ ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ จนเวลาผ่านไปหลายวันก็ยังไม่ได้รับการติดต่อจากหน่วยงานใดเลย จึงได้นำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปโฟสต์ลงในเพจข่าวคนนนท์ เพื่อที่จะสอบถามความเห็นว่าหลังจากนี้ทั้งสองคนจะต้องดำเนินการอย่างไร
จนกระทั่งวันนี้ทาง พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง ผกก.สภ.บางใหญ่ ได้เรียกผู้เสียหายทั้งสองคนมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมติดต่อประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่บริษัททีโอที เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบสายเคเบิ้ลว่าเป็นของใคร หลังตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นของบริษัททรู จึงได้ประสานไปยังบริษัททรูให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ หลังเจ้าหน้าที่บริษัททรู เดินทางมาตรวจสอบหลักฐานก็ยอมรับว่าเป็นสายเคเบิ้ลของบริษัททรู เบื้องต้นได้นำข้อเรียกร้องของผู้เสียหายทั้งสองรายไปรายงานให้กับผู้บริหารทราบ โดยนัดให้ผู้เสียหายทั้งสองรายมาตกลงค่าใช้จ่ายและชดเชยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ส่วนจะช่วยเหลืออย่างไรนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ
ด้าน นายเขษม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนและนายสุรัตน์ ได้เดินทางไปแจ้งความที่สภ.บางใหญ่ โดยตำรวจที่รับแจ้งบอกว่าให้ตนทั้งสองคนไปหาหลักฐานเอง ซึ่งตนทั้งสองไม่เข้าใจในเรื่องของกฎหมายและเห็นว่าผ่านมาหลายวัน จึงได้นำเรื่องราวดังกล่าวไปโฟสต์ลงในเพจข่าวคนนนท์ เพื่อที่จะให้ผู้ที่รู้เข้ามาแนะนำ ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะไปกล่าวหาตำรวจ จนวันนี้ทางท่านผกก.ได้เรียกมาพบพร้อมชี้แจงว่า เรื่องที่ตำรวจบอกให้ไปหาหลักฐานนั้น เพื่อที่จะนำมาให้ตำรวจ เมื่อได้หลักฐานแล้วทางตำรวจก็จะติดต่อประสานไปยังเจ้าของเพื่อให้เข้ามารับทราบและพูดคุยตกลงค่าเสียหายกัน ตอนแรกตนไม่เข้าใจเลยคิดว่าตำรวจไม่ให้ความสนใจ อย่างไรก็ตามขอให้นำเคสของตนไปเป็นตัวอย่างถ้าใครเจอเหตุการณ์แบบนี้ก็ต้องรีบหาหลักฐานมาให้ตำรวจเพื่อจะได้ประสานคู่กรณีได้เร็วขึ้น