เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) "พรรคไทยรักษาชาติ" ยุทธศาสตร์แยกกันเดินรวมกันตี

05 พ.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) "พรรคไทยรักษาชาติ" ยุทธศาสตร์แยกกันเดินรวมกันตี

ไปเกาะติดประเด็นการเมืองกันบ้าง ช่วงนี้ข่าวการเปิดตัว "พรรคไทยรักษาชาติ" กำลังฮือฮาเป็นพิเศษ ไม่ใช่แค่การถูกมองว่าเป็น "พรรคสาขา" หรือ "พรรคสำรอง" ของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น แต่ตัวย่อของพรรคที่จะใช้ตัวย่อว่า "ทษช." ยังถูกมองว่าจงใจสื่อถึง "ทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกฯขวัญใจคนรากหญ้าด้วย

ความเคลื่อนไหวของพรรคไทยรักษาชาติ ตกเป็นข่าวใหญ่อีกครั้ง เมื่ออดีต ส.ส.คนใกล้ชิดคุณทักษิณ อย่าง คุณวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ออกมายืนยันเองว่า พรรคไทยรักษาชาติจะประชุมใหญ่เพื่อเลือกผู้บริหารพรรคชุดใหม่ในวันพุธที่จะถึงนี้ คือวันที่ 7 พฤศจิกายน แต่คุณวรวัจน์ ก็ยังไม่ได้พูดอย่างชัดเจนว่า พรรคนี้เป็นพรรคอะไหล่ หรือพรรคสาขาของพรรคเพื่อไทยหรือไม่ โดยบอกเพียงว่าจะเป็นพรรคที่เน้นยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศ และไม่ยอมพูดถึงตัวย่อพรรค "ทษช." ที่เหมือนจงใจสื่อถึงคุณทักษิณ ชินวัตร ด้วย

ท่าทีของคุณวรวัจน์ สอดคล้องกับ คุณภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ที่ยืนยันว่าพรรคไทยรักษาชาติ ไม่ใช่พรรคสาขาของเพื่อไทยส่วนที่มีชื่อแกนนำพรรคเพื่อไทยอาจย้ายสำมะโนครัวไปสังกัดพรรคไทยรักษาชาตินั้น คุณภูมิธรรมบอกว่าเป็นสิทธิ์ของแต่ละคนที่จะสังกัดพรรคการเมืองใดก็ได้ แม้จะนามสกุลเดียวกัน ก็สังกัดคนละพรรคได้เช่นกัน

ล่าสุดมีรายงานว่า หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ อาจจะเป็น "คุณปานปรีย์ พหิทธานุกร" อดีตประธานบอร์ด ปตท. และอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ทั้งยังมีศักดิ์เป็นหลานของ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐมนตรีด้วย

นั่นคือข่าวที่ปรากฏตามหน้าสื่อขณะนี้ แต่ "ล่าความจริง" ได้พูดคุยกับผู้ที่มีบทบาทสำคัญอีกคนหนึ่งในการเปิดตัวพรรคไทยรักษาชาติ คือ พลโท ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเพิ่งไปเปิดตัวสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยเมื่อไม่นานมานี้

พลโทภราดร บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า พรรคไทยรักษาชาติเป็น "พรรคฝ่ายประชาธิปไตย" ตั้งขึ้นตามยุทธศาสตร์ "แยกกันเดินรวมกันตี" เพื่อเก็บเกี่ยวคะแนนเสียงตกน้ำที่นำไปคำนวณสัดส่วน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นการแก้ปัญหาให้พรรคเพื่อไทยที่อาจจะได้ ส.ส.เขตจำนวนมาก จนไม่มีโควต้า ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เหลืออยู่เลย ฉะนั้นการเปิดพรรคการเมืองในเครือข่ายก็เพื่อกระจายแกนนำพรรคไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ เป็นการลดข้อจำกัดของพรรคเพื่อไทยนั่นเอง เพราะหากแกนนำพรรคเหล่านั้นลงปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเพื่อไทย ก็อาจไม่ได้เป็น ส.ส.

พลโทภราดร หรือ "เสธ.แมว" บอกด้วยว่า วิธีการแบบนี้ไม่ได้ทำเฉพาะในฝ่ายพรรคประชาธิปไตยเท่านั้น แต่พรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุน คสช.ก็ทำเหมือนกัน เป็นเรื่องที่เห็นๆ กันอยู่ ถือเป็นความจำเป็นที่ต้องทำ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเขียนระบบเลือกตั้งออกมาแบบนี้

สำหรับ พลโทภราดร ถือเป็นขุนพลคนหนึ่งของคุณทักษิณในสายงานความมั่นคง เพราะมีความสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็กๆ โดย พลโทภราดร เป็นหลานของ คุณปรีดา พัฒนถาบุตร อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง ซึ่งคุณทักษิณสมัยที่ยังเป็นตำรวจ ก็เคยทำหน้าที่เป็นตำรวจติดตามคุณปรีดา และคุณปรีดาก็สอนงานการเมืองให้กับคุณทักษิณด้วย ทำให้ตระกูลชินวัตร กับตระกูลพัฒนถาบุตร สนิทแนบแน่นกันมาก

จากการเปิดตัวพรรคไทยรักษาชาติ สรุปได้ว่าพรรคการเมืองที่มีสถานะเป็น "พรรคเครือข่าย" ของพรรคเพื่อไทย จนถึงขณะนี้มีอย่างน้อย 5 พรรคด้วยกัน แยกเป็น 2 กลุ่ม

กลุ่มแรก ได้แก่ พรรคเพื่อธรรม ที่มี คุณสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นว่าที่หัวหน้าพรรค

ตามด้วยพรรคเพื่อชาติ ที่มีข่าวว่า คุณทนง พิทยะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลไทยรักไทย จะทำหน้าที่หัวหน้าพรรค โดยมี คุณลินดา เชิดชัย อดีต ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังประชาชน ซึ่งเป็นพรรคเก่าของพรรคเพื่อไทย ทำหน้าที่เลขาธิการพรรค โดย คุณลินดา ก็คือภรรยาของ คุณอัสนี เชิดชัย อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย ลูกชายของ "เจ๊เกียว" สุจินดา เชิดชัย เจ้าแม่รถทัวร์ที่มีอู่ต่อรถทัวร์ใหญ่ที่สุดในประเทศ

และพรรคสาขาล่าสุดก็คือ "พรรคไทยรักษาชาติ" ที่มีข่าวทาบทาม คุณปานปรีย์ พหิทธานุกร มาเป็นหัวหน้าพรรค จะเห็นได้ว่า "พรรคเครือข่าย" ในกลุ่มนี้ ใช้อดีตแกนนำพรรคเพื่อไทยกระจายไปเป็นผู้บริหารพรรคทั้งสิ้น

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกมองเป็นพรรคเครือข่ายเช่นกัน แต่คุณสมบัติไม่เหมือนกลุ่มแรก ก็เช่น พรรคอนาคตใหม่ ของคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับพรรคประชาชาติ ที่มี คุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา แกนนำกลุ่มวาดะห์เป็นหัวหน้าพรรค และพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตนายตำรวจที่ใกล้ชิดทั้งคุณทักษิณและคุณยิ่งลักษณ์ เป็นเลขาธิการพรรค กลุ่มนี้เน้นเจาะฐานเสียงเฉพาะกลุ่ม เช่น คนรุ่นใหม่ หรือคนมุสลิมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้

สาเหตุของการตั้งพรรคสาขา หรือพรรคเครือข่ายกระจายไปหลายๆ พรรค ก็เพราะระบบการเลือกตั้งแบบ "จัดสรรปันส่วนผสม" ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว ไม่เอาคะแนน ส.ส.เขตทั่วประเทศ มารวมกับคะแนนพรรค แต่จะใช้คะแนน ส.ส.เขตทุกเขตรวมกันเป็นคะแนนประเทศ แล้วหารออกมาเป็นจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคสมควรได้รับ ฉะนั้นหากพรรคใดได้ ส.ส.เขตในจำนวนที่เกินกว่าสัดส่วน ส.ส.ที่ควรได้รับจากคะแนนประเทศแล้ว ก็จะไม่มีสิทธิ์ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์อีก

ถ้าย้อนดูคะแนนเสียงเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งเมื่อปี 54 ได้คะแนนประเทศ คือคะแนนพรรค 14 ล้านเสียง หากนำมาคิดเป็นจำนวน ส.ส.ที่ควรจะได้รับ ก็คือราวๆ 200 ที่นั่ง แต่พรรคเพื่อไทยได้ ส.ส.เขตไปแล้ว 204 ที่นั่ง ถ้าคิดตามการเลือกตั้งระบบใหม่ จะไม่ได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์เลย แต่การเลือกตั้งระบบเก่า พรรคเพื่อไทยได้ปาร์ตี้ลิสต์อีก 61 ที่นั่ง จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่หายไปนี้ พรรคเพื่อไทยแก้เกมโดยการเปิดพรรคสาขา หรือ "พรรคเครือข่าย" ตามที่เล่าให้ฟัง เพื่อเก็บคะแนนเสียงส่วนเกิน และกระจายแกนนำพรรคไปเป็น ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคเครือข่าย เพราะถ้าลงพรรคเพื่อไทย ก็จะไม่ได้เป็น ส.ส.

นี่คือยุทธศาสตร์ "แยกกันเดิน รวมกันตี" ตามที่ "เสธ.แมว ภราดร" บอกเอาไว้ คำถามคือ คสช.และพรรคหนุนลุงตู่ จะแก้เกมอย่างไร ต้องรอลุ้นกัน

ข่าวล่าสุด