นักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ทิม ลีฬหะพันธุ์ บอกว่า ประเด็นที่น่าจับตามองของประเทศไทยในปี 2562 คือ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดคาดว่าการเลือกตั้งจะผ่านพ้นไปด้วยดีและการเปลี่ยนรัฐบาลจะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการค้าการลงทุน โดยไม่ว่าผลของการเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร รัฐบาลใหม่จะต้องดูแลความต่อเนื่องของนโยบายเชิงโครงสร้างต่อไปอีก 2-3 ปี โดยเฉพาะโครงการโครงสร้างพื้นฐานเมกะโปรเจ็ค วงเงินรวม 7 แสนล้านบาท เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญ น่าจะยังคงดำเนินการตามแผนที่วางไว้ เนื่องจากภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีแม้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในภายหลัง อย่างไรก็ตามยังไม่น่าจะมีปัจจัยกระตุ้นการเติบโตใหม่หลังการเลือกตั้ง ดังนั้นรัฐบาลใหม่ต้องมี Story ใหม่เพื่อดึงดูดนักลงทุนนอกจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยเห็นว่าเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC หากเป็นรูปเป็นร่างจะมีนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาตั้งฐานการผลิตในไทย