กรณี นายดอน ติสาวัน อายุ56ปี ชาวตำบลนาทัน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นคนร้ายที่แฝงตัวเป็นผู้โดยสารขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศของบริษัทนครชัยแอร์ สายบ้านแพงนครพนมเข้ากรุงเทพฯ โดยก่อเหตุบนถนนถีนานนท์ระหว่างรถคันดังกล่าวกำลังวิ่งแต่คนขับมีสติจึงกลับตัวรถไปจอดที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ จนมีการใช้แก๊สน้ำตาและเจรจา แต่ก็จบลงด้วยการจู่โจมเข้าจับกุมด้วยนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่29ตุลาคม2561ที่สำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า กรณีการจี้รถทัวร์ของบริษัทนครชัยแอร์นั้นกระบวนการเข้าจับกุมเป็นการใช้ความอดทน ที่ต้องให้ผู้โดยสารที่อยู่บนรถเกิดความปลอดภัย และทราบว่าคนร้ายยังมีปัญหาสุขภาพทางจิตนั้น ตลอดระยะเวลา19ชั่วโมงในปฏิบัติการใช้การเจรจารวมไปถึงการใช้แก๊สน้ำตาถึง5ลูก ซึ่งคนปกติไม่สามารถทนได้ แต่ในรายนี้กลับทนได้จนต้องตัดสินใจเข้าจู่โจม
"ในขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.สมเด็จ ได้ส่งตัว นายดอนฯ ไปอยู่ในความรับผิดชอบของหมอ เนื่องจากเป็นคนไข้จิตเวชที่ต้องรับประทานยาเป็นประจำ มาแล้วประมาณ3ปีและที่ผ่านมาก็เคยก่อเหตุในลักษณ์นี้มาแล้วที่กรุงเทพฯ ด้วยลักษณะอาการหวาดระแวงว่าจะมีคนทำร้ายอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นอาการทางประสาทไม่ได้เกิดจากการเสพยาบ้า ในทางคดีจึงจะดำเนินการทางอาญาอาจเป็นข้อหาทำให้ตกใจ แต่ในทางคดีแพ่งเป็นเรื่องของทางบริษัทนครชัยแอร์ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร ซึ่งขณะนี้ก็รอให้ทางบริษัทดำเนินการ"พล.ต.ต.ทินณะรัตน์กล่าว
ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวต่อว่า ในกรณีที่มีข่าวว่าปืนลูกซองยางของตำรวจนั้นยิงไม่ออกเมื่อนำไปจะยิงคนร้ายนั้น เป็นเรื่องจริง แต่ในส่วนตัวมองว่าปืนอาจจะขัดข้องมากกว่า แต่ก็ยอมรับว่าระหว่างที่คนร้ายอยู่บนรถก็ยังมีการสวดมนต์อยู่ตลอดเวลา