ทำเนียบขาวเผยทรัมป์และสี จิ้นผิง จะพบปะกันนอกรอบการประชุม G-20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อหารือกัน ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
1. ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทดิ่งลงเมื่อวานนี้ ดัชนีดาวโจนส์ร่วงหนักระหว่างชั่วโมงซื้อขายถึง 497 จุดหรือ 2% ขณะที่ ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 2.2% รวมถึงดัชนี Nasdaq Composite ที่ดิ่งลง 2.6% ท่ามกลางแรงเทขายหุ้นอย่างหนัก
เนื่องจากความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลหที่จะชะลอตัวลงในปี 2019 :ซึ่งก็จะส่งผลต่อผลประกอบการที่อ่อนแอลงของบริษัทจดทะเบียน ควารุนแรงที่มีมากขึ้นของสงครามการค้า และนโยบายการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ดาวโจนส์ดีดกลับมาปิดที่ 25,191 ร่วงลง 125.98 จุด หรือ 0.5% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,740 ร่วงลง 15.19 จุด หรือ 0.55% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,437 ลดลง 31.09 จุด หรือ 0.42%
2. ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโจมตีเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ว่าได้กระทำการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐอีกครั้ง ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับวอลล์สตรีท เจอร์นัล
ประธานาธิบดีมรัมป์ ยังกล่าวถึงความไม่พอใจกับนโยบายของเฟด เนื่องจากในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 0% โดยที่เฟดมักจะปรับขึ้นดอกเบี้ยทุกครั้งที่รัฐบาลนี้จะดำเนินการนเรื่องที่มีความสำคัญ จึงรู้สึกเสียใจที่ได้เสนอเจอโรม พาวเวล ให้มานั่งในตำแหน่งประธานเฟด
3. นอกจากนี้ แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ระบุว่า การที่นักลงทุนแห่เทขายหุ้นออกมานั้นมีสาเหตุจากความกังวลที่พรรคเดโมแครตจะชนะการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ รวมทั้งสภาคองเกรสจะคว่ำนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีทรัมป์
ในเดือนตุลาคมปันี้ นับว่าเป็นเดือนแห่งการลงทุนที่ย่ำที่สุดในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทที่ถูกกดดันด้วยเรื่องของเศรษฐกิจโลกและสหรัฐที่จะชะลอตัวลงในปี 2019 และยังรวมถึงแนวโน้มที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปลายปีนี้ กับอีก 4 ครั้งจนถึงปี 2020
4. ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะพบปะกันนอกรอบการประชุม G-20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อหารือกัน ท่ามกลางสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น
โดยผู้นำสหรัฐขู่จะเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 267,000 ล้านดอลลาร์ในต้นปีหน้า หลังจากที่เรียกเก็บภาษีไปก่อนหน้านี้แล้ว 250,000 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม เป็นที่คาดหวังว่า การพบปะกันของผู้นำสหรัฐและผู้นำจีนจะส่งผลบวกต่อทิศทางการเจรจาการค้าต่อไปในอนาคต
5. ทางด้านจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ เปิดเเผยถึงการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ จะพบปะกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ซึ่งผู้นำทั้งสองมีกำหนดเดินทางไปที่กรุงปารีส เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปีของการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
เพื่อจะให้มีการเจรจากันมากขึ้นเกี่ยวกับสนธิสัญญาอาวุธนิวเคลียร์พิสัยกลาง หรือ Intermediate-Range Nuclear Forces Treaty (INF) โดยก่อนหน้านี้ผู้นำสหรัฐได้ประกาศที่จะถอนตัวออกจากสนธิสัญญาINF ที่ได้ทำไว้กับรัสเซียในช่วงสงครามเย็นตั้งแต่ปี 1987 โดยอ้างว่า รัสเซียได้ละเมิดข้อตกลงดังกล่าวมาเป็นเวลาหลายปี