ต่อมา นส. ธิวา เพ็ญสาริการ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ ได้ทำการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมี นายทวีศักดิ์ วีระไชยานนท์ ตัวแทนบริษัทชาญทัวร์ จำกัด บริษัทรถทัวร์คันที่ทิ้งผู้โดยสาร และ นางจันทร์หอม ศรีรักษา พร้อมด้วย น.ส.รัขนีกร ศรีรักษา และ หลานเล็กๆทั้งสองคน เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
โดย นางจันทร์หอม ยอมรับว่าเป็นคนโพส เรื่องราวที่เกิดขึ้นลงในเฟสบุ๊คของตัวเองจริง เพื่อให้ทางบริษัทได้ร้บรู้จะได้ไม่เกิดเหตุขึ้นอีก และ ทวงความเป็นธรรมให้กับตัวเองกับลูกสาวและหลาน ไม่ได้กล่าวหาทั้งหมด เพียงแต่กล่าวหาคนขับที่บกพร่องคนเดียวและยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ของบริษัท ก็บริการกับตนเองและลูกหลานดี แต่ต้องการให้ทางขนส่งดำเนินการให้ความเป็นธรรมกรณีที่คนขับไม่ส่งลงที่ขนส่ง
น.ส.รัขนีกร ศรีรักษา เผยว่า ระหว่างที่รู้สึกผิดปกติ คนขับบอกว่าหลงทาง จึง ได้โทรศัพท์ พูดคุยกับสามีที่มารอรับตลอดเวลา ทำให้ทราบว่ารถได้เลยมาจากจุดที่ต้องการลงแล้ว รู้สึกกลัวอย่างมาก แต่ก็ต้องทำใจให้เข้มแข็ง เพราะตนเองต้องดูแลทั้งแม่และลูก กลัวก็กลัว พอสามีบอกให้หาทาง ลงจากรถให้ได้ เมื่อเห็นแสงไฟและป้อมยามจึงได้บอกให้คนขับจอด ขอลง ทั้งๆที่กลัวก็กลัว และไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับคนอื่น
ส่วนนาย วีระศักดิ์ ตัวแทนบริษัทรถทัวร์ ได้ รับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น เพื่อหาข้อมูลจากคนขับและพนักงานบนรถ ว่าความจริงเป็นอย่างไร หากเป็นจริงก็จะไม่เข้าข้างคนผิดเด็ดขาด ซึ่งต้องรอให้คนขับเดินทางกลับจาก จ.นครพนม ก่อนจะพาตัวมาพบทางเจ้าหน้าที่ขนส่งอีกครั้ง ในวันที่16 ต.ค.นี้
ด้านนส. ทิวา เพ็ญสาริการ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ ได้กล่าวหลังการสอบสวนว่า เบื้องต้นทราบว่าการขอลงรถเป็นความสมัครใจของผู้โดยสาร แต่ก็ถือเป็นการกระทำที่ผิดต่อกฎของทางขนส่ง ที่ระบุชัดเจนต้องเข้าจอดที่ สถานีขนระยองเท่านั้น จึงเป็นการออกนอกเส้นทาง แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็จะต้องสอบสวนคนขับอีกครั้ง จึงจะสรุปได้ว่า ความจริงที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไร คงต้องรอการสอบสวนคนขับก่อนจึงจะสรุปว่าผิดหรือไม่ผิดอย่างไร ซึ่งจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากผิดก็จะมีโทษปรับและพักใบอนุญาตขับขี่ พร้อมบันทึกประวัติไว้