รองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ระบุ บมจ.การบินไทย ต้องสรุปโครงการจัดหาเครื่องบิน ปี 2561-2565 วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาทให้แล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ โดยหารือกับสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสศช. เพื่อให้ได้ข้อสรุปตามที่ท้วงติง และปรับแผนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเมื่อเสนอให้คณะกรรมการ สศช.พิจารณาอีกครั้ง
การลดต้นทุนก็ต้องลงทุนธุรกิจ ต้องขยายมากขึ้น ภายในเดือนธันวาคมนี้ต้องจบ เพราะนักลงทุนรอดูอยู่ การที่หุ้นการบินไทยปรับตัวสูงขึ้นเป็นผลจากแผนจัดหาเครื่องบิน ซึ่งทุกฝ่ายสนับสนุนเต็มที่ ถ้ามีปัญหาก็จะเปลี่ยนบอร์ดและดีดี ถ้าทำไม่ได้ก็เปลี่ยน ที่ผ่านมาตนสนับสนุนทั้งดีดีและประธานบอร์ด จึงควรทำงานให้สำเร็จ
ด้านกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย สุเมธ ดำรงชัยธรรม ระบุ การจัดหาเครื่องบินต้องดูสถานะทางการเงินว่าจะใช้วิธีการซื้อหรือเช่า ต้องประเมินงบการเงินรวมถึงภาระหนี้สิน ซึ่งภายในเดือนธันวาคมนี้ การบินไทยจะเสนอแผนการลงทุน แผนบริหารจัดการทางการเงินและโครงสร้างรายได้ต่อรองนายกฯสมคิด ซึ่งจะครอบคลุมถึงแผนการจัดหาเครื่องบินใหม่ การลงทุนในศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา หรือ MRO และการลงทุนครัวการบิน ซึ่งเป็นโครงสร้างรายได้ระยะ 5 ปี
ทุกวันนี้อุตสาหกรรมการบินเติบโตเร็วมาก ถ้าการบินไทยยังอยู่ที่เดิม ก็เท่ากับหดตัว ซึ่งตนมีเป้าหมายว่าการบินไทยต้องขยายตัวในระดับเดียวกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินคือเฉลี่ยประมาณ 3% และนอกจากธุรกิจหลัก จะต้องหารายได้จากธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซ่อมเครื่องบิน ธุรกิจฝึกอบรมและผลิตนักบิน รวมทั้งธุรกิจครัวการบิน เพื่อสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน