เนชั่นทีวี

ข่าว

JPMorgan Chase ประเมินข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในปี 2019

04 ต.ค. 2561 | te

JPMorgan Chase ประเมินข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในปี 2019

JPMorgan Chase ประเมินข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในปี 2019 เมื่อสหรัฐเดินหน้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างเต็มที่ ส่งผลเงินหยวนอ่อนค่าลงต่อเนื่องมากกว่า 6% นั้บตั้งแต่ต้นปี


ทั้งนี้ เงินหยวนร่วงลงต่อเนื่องแตะระดับ 6,87 หยวนต่อดอลลาร์ในตลาด Onshore หลังเปืดตลาดที่ 6.8903 ส่วนในตลาด Offshore แตะระดับ 6.9115 ก่อนไต่แข็งค่าแตะ 6.8952 หยวนต่อดอลลาร์

ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสูงสุดเตะระดับ 3.183% ในเช้าพฤหัสฯ เป็นไปตามแนวโน้มที่เฟดกำหนดค่ากลสงของดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.40% ในช่วงปลายปี 2019 และต่อเนื่องจนถึงปี 2020


1. JPMorgan Chase ธนาคารขนาดใหญ่อันดับ 1 ของสหรัฐ คาดว่า ผลกระทบของข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและจีน จะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเต็มรูปแบบในปีหน้า

นักวิเคราะห์ของ JPMorgan Chase ระบุว่า ข้อพิพาทด้านการค้าจะทวีความรุนแรงขึ้น หากสหรัฐเดินหน้าเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอย่างเต็มที่ หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเต็มมูลค่าจากจีน 505,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าการนำเข้ารวมจากจีนในปี 2017



2. JPMorgan Chase ยังได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของตลาดหุ้นจีน สู่ระดับ Neutral จากระดับ Ooverweight เนื่องจากภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นจีนจะได้รับผลกระทบจากผลของสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งผลกระทบนี้จะส่งผลที่รุนแรงในปี 2019

ทั้งนี้ Nomura Holdings และ Morgan Stanley ก็ได้ปรับลดน้ำหนักความน่าลงทุนของตลาดหุ้นจีนเช่นเดียวกัน หลังจากที่ความเสี่ยงในนโยบายการค้าของสหรัฐจะส่วผลกระทบต่อจีนมากขึ้น จากการที่สหรัฐเป็นฝ่ายเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนก่อนครั้งแรกมูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์ในอัตราภาษี 25% ขณะที่จีนตอบโต้ในจำนวนที่เท่าเทียมกัน

และต่อมาสหรัฐเรียกเป็นอีก 200,000 ล้านดอลลาร์ในอัตราภาษี 10% โดนจีนตอบโต้ด้วยการเรียกภาษีนำเข้าจากสหรัฐ 60,000 ล้านดอลลาร์ในอัตราภาษี 5-10% โดยประธานาธิบดีทรัมป์ขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากจีนระลอกใหม่มูลค่า 267,000 ล้านดอลลาร์



3. ขณะที่เงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางเงินดอลลาร์แข็งค่า โดยที่เงินหยวนอ่อนค่าลงต่อเนื่องมากกว่า 6% นั้บตั้งแต่ต้นปี

ทั้งนี้ เงินหยวนร่วงลงต่อเนื่องแตะระดับ 6,87 หยวนต่อดอลลาร์ในตลาด Onshore หลังเปืดตลาดที่ 6.8903 ส่วนในตลาด Offshore แตะระดับ 6.9115 ก่อนไต่แข็งค่าแตะ 6.8952 หยวนต่อดอลลาร์



4. ขณะที่อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นสูงสุดเตะระดับ 3.183% ในเช้าพฤหัสฯ เป็นไปตามแนวโน้มที่เฟดกำหนดค่ากลสงของดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.40% ในช่วงปลายปี 2019 และต่อเนื่องจนถึงปี 2020

การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เป็นการบ่งชี้ถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบของสหรัฐที่เข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า Normalization ที่เป็นไปตามเป้าหมายของเฟด



5. เฟดได้ปรับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 8 ครั้งแล้ว นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2015 จนถึงปัจจุบันนี้ยืนอยู่ที่ 2.0-2.25% ทั้งนี้ เฟดมีเป้าหมายจะปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้ง 4 ปีนี้ในเดือนธันวาคม และปรับขึ้น 3 ครั้งในปีหน้า กับอีก 1 ครั้งในปี 2020 โดยที่ค่ากลางของอัตี่ดอกเบี้ยนโยบายจะยืนที่ระดับ 3.40%

สัญญาณของทิศทางเงินดอลลาร์ที่พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบปีนี้ โดยดัชนีค่าเงินดอลลาร์ หรือ Dollar Index พุ่งขึ้นอตก 95.74 ช่วงเช้าวันนี้ เป็นการสะท้อนถึงทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐที่มีแนวโน้มปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ข่าวล่าสุด