เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) "พ่อใหญ่จิ๋ว" จากรัฐบาลเฉพาะกาล ถึงเดิมพันโดดน้ำโขง

01 ต.ค. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) "พ่อใหญ่จิ๋ว" จากรัฐบาลเฉพาะกาล ถึงเดิมพันโดดน้ำโขง

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) อย่างที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ตอนต้นว่า คนที่ออกมาจุดพลุเรื่อง "รัฐบาลเฉพาะกาล" ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ "พ่อใหญ่จิ๋ว" พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 22 ของเมืองไทย ซึ่งงานนี้ถือว่าออกมาพูดสอดรับกับกระแสที่กำลังมีประชาชนกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหวนัดรวมพลถวายฎีกา เพื่อให้ คสช.พ้นจากอำนาจ และตั้ง "รัฐบาลเฉพาะกาล" ขึ้นมา

การแถลงล่าสุดของ "บิ๊กจิ๋ว" สรุปใจความสำคัญได้ว่า "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรแสดงความเสียสละ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และ คสช.ควรยุติบทบาท หากคิดจะเดินหน้าทำงานการเมืองต่อไป เพื่อเปิดทางให้มีการตั้ง "รัฐบาลเฉพาะกาล" ขึ้นมาทำหน้าที่วางกติกาประเทศใหม่ นำรัฐธรรมนูญฉบับปี 40 มาปัดฝุ่นใช้ และจัดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เรียกว่าเป็นการ "เซ็ตซีโร่ประเทศไทย"

จริงๆ แล้วประเด็น "รัฐบาลเฉพาะกาล" นี้ "บิ๊กจิ๋ว" เสนอมาแล้วหลายครั้ง และข้อเสนอค่อนข้างปนๆ กันไประหว่าง "รัฐบาลเฉพาะกาล" กับ "รัฐบาลแห่งชาติ" ซึ่งหมายถึงการให้พรรคการเมืองทุกพรรค โดยเฉพาะ 2 พรรคใหญ่มาร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อบริหารประเทศโดยไม่ต้องมีฝ่ายค้าน เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่ข้อเสนอเหล่านี้ของ "บิ๊กจิ๋ว" ก็ไม่เคยถูกนำมาใช้จริงได้เลยสักครั้ง

ย้อนดูเส้นทางการเมืองของ "บิ๊กจิ๋ว" ต้องบอกว่าโลดโผนโจนทะยานพอสมควร ตั้งแต่ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ.และผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในช่วงที่ยังไม่เกษียณ เพื่อลุยสมรภูมิการเมือง (วันนี้ "บิ๊กจิ๋ว" เลยบอกให้ "บิ๊กตู่" แสดงสปิริตแบบนี้บ้าง) ทั้งๆ ที่สมัยนั้น "บิ๊กจิ๋ว" ได้รับการยอมรับอย่างสูงในกองทัพ เคยเป็นมือทำนโยบาย 66/23 ในยุคป๋าเปรม แก้ไขปัญหาคอมมิวนิสต์จนประสบความสำเร็จ


เมื่อเข้าสู่เส้นทางการเมือง "บิ๊กจิ๋ว" ก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคความหวังใหม่ ใช้สัญลักษณ์ "ดอกทานตะวัน" ลงเลือกตั้งครั้งแรกหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ เมื่อปี 35 ต่อมาในปี 39 ชนะเลือกตั้งเหนือพรรคประชาธิปัตย์แค่ 2 เสียง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยคำปราศรัยหาเสียงของ "บิ๊กจิ๋ว" ที่หลายคนยังจำกันได้ก็คือ "ขอเดินทางไกล 2 แสนกิโลเมตรรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรี" และ "ถ้าแก้ปัญหาความยากจนให้พี่น้องชาวอีสานไม่ได้ จะไปโดดน้ำโขงตาย" โดยพรรคความหวังใหม่มีคะแนนนิยมหนาแน่นในภาคอีสาน จนนำมาสู่คำเรียกขาน "พ่อใหญ่จิ๋ว"

พลเอกชวลิต เป็นนายกฯได้ไม่ถึงปีก็ต้องประกาศลาออก หลังพาประเทศเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจ โดนโจมตีค่าเงินบาท แต่แม้จะลาออกจากตำแหน่งนายกฯ "บิ๊กจิ๋ว" ก็ไม่ได้หลุดจากวงจรการเมืองไทย โดย "บิ๊กจิ๋ว" เคยกลับมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่มีคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ ด้วย และน่าจะเป็นอดีตนายกฯเพียงคนเดียวที่ยอมกลับมารับตำแหน่งรองนายกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งต่ำกว่าเก้าอี้สูงสุดที่ตัวเองเคยนั่ง

หลังการรัฐประหารปี 49 "บิ๊กจิ๋ว" เสนอตัวเป็น "โซ่ข้อกลาง" เพื่อไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนและกลุ่มต่อต้านอดีตนายกฯทักษิณ แต่ก็ไม่สำเร็จ จนถูกแซวว่าเป็น "โซ่ขึ้นสนิม" กระทั่งระยะหลังๆ "บิ๊กจิ๋ว" มักพูดหรือทำอะไรตรงกันข้ามกับสิ่งที่เคยกล่าวเอาไว้ จนถูกกล่าวหาว่าเป็นอัลไซเมอร์ และถูกวิจารณ์ว่าเป็นคนพูดจาไม่รู้เรื่อง ทุกครั้งที่พูดอะไรต้องมีคนคอยถอดรหัสตีความ

ในมิติด้านความมั่นคงและการแก้ไขปัญหาภาคใต้ "บิ๊กจิ๋ว" เสนอไอเดียดับไฟใต้อยู่หลายครั้ง เช่น ทฤษฎีดอกไม้หลากสี นโยบาย "นครปัตตานี" ที่จะผลักดันให้สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นคล้ายๆ "เขตปกครองพิเศษ" โดยใช้ความหลากหลายทางวัฒนธรรมในการคลี่คลายความขัดแย้งแบ่งแยก นอกจากนั้น "บิ๊กจิ๋ว" ยังเคยพูดถึงกลุ่มก่อการร้ายกลุ่มใหม่ที่ชื่อว่า "แบล็คสวอน" หรือ "หงส์ดำ" ที่อ้างว่าเข้ามามีบทบาทในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลังจากออกมาให้ข่าวเพียง 2 วันก็เกิดระเบิดคาร์บอมบ์ครั้งรุนแรงที่ปัตตานีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 59 ทำให้หลายคนสงสัยว่าเป็นความบังเอิญหรือความจงใจกันแน่

ก่อนการแถลงข่าวเที่ยวล่าสุด "บิ๊กจิ๋ว" เพิ่งตกเป็นข่าวฮือฮา เมื่อออกมายอมรับว่าได้แต่งงานใหม่ในวัย 86 ปี กับคู่ชีวิตคนใหม่อย่าง คุณอรทัย สรการ ทั้งยังอ้างว่าได้หย่าขาดกับ "หญิงหลุยส์" คุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ อดีตภริยาที่อยู่กินมาอย่างยาวนานเป็นเวลานับสิบปีแล้ว แต่ภายหลังถูกสื่อมวลชนขุดคุ้ยว่า "บิ๊กจิ๋ว" ยังหย่าขาดกับคุณหญิงหลุยส์ได้ไม่ถึง 10 ปี และมีการตั้งคำถามถึงเบื้องหลังความรักแบบสายฟ้าแลบกับหวานใจคนปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด