โดยงานที่ พลโท พรศักดิ์ เตรียมผลักดันเพื่อให้ได้ใจพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็คืองานปราบปรามยาเสพติด โดยเรื่องนี้ "บิ๊กเดฟ" ทำการบ้านมาเป็นอย่างดี จากที่เคยทำงานในพื้นที่มานาน และเคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ทำให้ทราบว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่คนชายแดนใต้หนักใจมากที่สุด มากยิ่งกว่าปัญหาความไม่สงบเสียอีก เพราะยาเสพติดระบาดหนักมาก คนในพื้นที่กังวลว่าเยาวชนซึ่งเป็นลูกหลานจะติดยากันหมด ทั้งยังเชื่อว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วย บางคนอยู่เบื้องหลังขบวนการค้ายาด้วย
เหตุนี้เอง พลโท พรศักดิ์ จึงเตรียมมาตรการเชิงรุก กวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยประสานข้อมูลกับสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง กำหนดเป้าหมายการกวาดล้างจุดแพร่ระบาดของยาเสพติดเอาไว้ 7,000 เป้าหมายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และหากพบมีเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าหน่วยงานใดเข้าไปเกี่ยวข้อง ก็จะต้องถูกลงโทษอย่างเฉียบขาด ทั้งทางวินัยและอาญา
นโยบายนี้ "บิ๊กเดฟ" จริงจังมาก เมื่อวาน ในโอกาสเตรียมเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 4 "บิ๊กเดฟ" เข้าเยี่ยมคารวะ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี พร้อมเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง จะขจัดทั้งผู้เสพและผู้ค้าโดยไม่มียกเว้น หากเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเฉียบขาด โดยการทำงานจะเน้นแนวทางสันติวิธีและใช้กฎหมายเป็นหลัก นอกจากนั้นจะใช้ "ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ" หรือ "ศปก.อำเภอ" เป็นศูนย์กลางในการกระจายการแก้ไขปัญหาลงสู่ตำบล หมู่บ้าน โดยเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่บอกตอนหนึ่งว่า "ถ้าพื้นที่ไม่สงบ ยาเสพติดไม่หมด เราจะพัฒนาพื้นที่ ได้อย่างไร" นี่คือจุดยืนของ พลโทพรศักดิ์
นอกจากนั้น ในส่วนของงานรักษาความปลอดภัยพื้นที่ซึ่งเป็นภารกิจหลักของทหาร-ตำรวจ แม่ทัพภาคที่ 4 คนใหม่จะปรับระบบการลาดตระเวนของฝ่ายกองกำลังทั้งหมด โดยเน้นการลาดตระเวนเดินเท้า ค่ำไหนนอนนั่น นอนใกล้ๆ บ้านหมู่บ้านของชาวบ้าน เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่ออกลาดตระเวนโดยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เป็นวงรอบในเส้นทางเดิมๆ เหมือนปัจจุบัน เพราะทำให้กลายเป็นเป้าโจมตีของคนร้าย
ส่วนความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ จะจับมือกับภาคประชาสังคมและเอ็นจีโอเพื่อขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยเฉพาะงานมวลชนและสร้างความเข้าใจ โดย พลโท พรศักดิ์ ย้ำว่า เข้าใจปัญหาภาคใต้เป็นอย่างดีว่ามาจากหลายปัจจัย ทั้งแนวคิดการแบ่งแยกดินแดน การต่อต้านรัฐไทย รวมไปถึงปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ และภัยแทรกซ้อนจากยาเสพติดและธุรกิจผิดกฎหมาย ฉะนั้นเนื้องานในส่วนไหนที่ดีอยู่แล้วก็จะสานงานต่อ และพร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในเรื่องกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข