ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำน่านที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก ได้ลดต่ำลงอย่างกะทันหัน แบบน่าใจหาย ทำให้แพของชาวบ้านและผู้ประกอบการร้านอาหารที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำน่าน จำนวนกว่า 20 หลัง ได้รับผลกระทบ ชาวบ้านต้องคอยปรับระดับของแพ ตามแม่น้ำที่ลดลง โดยที่สถานีวัดระดับน้ำ N5A วัดระดับน้ำแม่น้ำน่าน เวลา 18.00 นวันที่ 26 ก.ย. .ที่ผ่านมา สูงเพียง 0.77 เมตร เท่านั้น ปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน 76.19 ลบ.ม. ต่อวินาที ซึ่งถือว่าน้อยมา บางช่วงแม่น้ำน่านที่ผ่านตัวเมืองพิษณุโลก เห็นสันดอนทรายขึ้นมา และบริเวณตอม่อสะพานสมเด็จพระสุพรรณกัลยา
นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายม-น่าน กล่าวว่า จากแม่น้ำน่านที่ลดลงกะทันหัน นั้น ทั้งนี้เนื่องจากทางเขื่อนสิริกิติ์ ได้ลดการระบายน้ำลง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ฤดูแล้ง โดยลดการระบายน้ำเหลือเพียงวันละ ประมาณ 7 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น ประกอบกับในช่วงนี้มีเกษตรกรเริ่มสูบน้ำในพื้นที่แม่น้ำน่านมากขึ้น เนื่องจากจะเริ่มทำนาครั้งใหม่ ส่งผลให้น้ำลดลงอย่างมาก ภายใน 1-2 วันนี้ น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก ลดลงประมาณ 1-2 เมตรทีเดียว แต่ทางกรมชลประทาน ได้มีการปรับแผนขอให้ทางเขื่อนสิริกิติ์ ปรับการระบายน้ำเพิ่มจากเดิม 7 ล้านลบ.ม. เป็น 9 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งในระหว่างนี้จะให้ทางเขื่อนนเรศวร เพิ่มการระบายน้ำมาช่วยเหลือ
ขณะที่นายบรรดิษฐ์ อินต๊ะ ผู้อำนวยการเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนแควน้อย ก็ได้เริ่มลดลงเช่นกัน เนื่องจากเป็นช่วงปลายฝนและไม่มีฝนตกเหนือเขื่อน ทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนเพียง 1,296,000 ลบ.ม. ต่อวัน เท่านั้น ทางเขื่อนแควน้อยก็ต้องกักเก็บน้ำไว้ในฤดูแล้งเช่นกัน และได้ระบายน้ำเพียง 0.20 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันเท่านั้น ทำให้น้ำไหลมาสมทบแม่น้ำน่านน้อย ทางกรมชลประทาน ก็ได้มีแนวคิดเตรียมขอฝนหลวง มาช่วงเติมน้ำในเขื่อนเช่นกัน