26 ก.ย.61 - นางนนทพัทธิ์ แซะโนนตาด อายุ 47 ปี พร้อมสามีชาวสวีเดน ออกมาวิงวอนขอความเป็นธรรมหลังเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.จิตติพัฒน์ คำรังสี พนักงานสอบสวนสภ.เมืองชัยภูมิ หลังมีการตรวจสอบพบว่าตั้งแต่วันที่ 16 ส.ค. 17 ก.ย.2561 ที่ผ่านมา มีเงินฝากของตนเองกับธนาคารในประเทศไทยแห่งหนึ่ง ทำเงินในบัญชีของตนเองหายออกไปจำนวนมากกว่า 480,000 บาท จนเกือบหมดบัญชีที่มียอดฝากสะสมไว้จนปัจจุบันเหลือเงินเพียงจำนวน 680 บาท
ซึ่งตนเองและสามีไปทำงานอยู่ที่ประเทศสวีเดน มาได้กว่า 6-7 ปี แล้ว และเงินจำนวนนี้จะฝากไว้มาใช้ในช่วงที่ลาพักร้อนจากงานเพื่อกลับมากับสามีมาเยี่ยมญาติและเที่ยวที่ประเทศไทย ใน จ.ชัยภูมิ แต่เกิดเหตุล่าสุดกลับพบว่ามีเงินหายออกไปจากบัญชีครั้งนี้เกือบหมด เหลือไม่กี่ร้อยบาท แต่ไม่รู้ว่าหายไปได้อย่างไร
จึงมีการโทรติดต่อมาที่ธนาคารสาขาดังกล่าวใน จ.ชัยภูมิ เพื่อให้ตรวจสอบ แต่กลับได้รับคำตอบจากธนาคารว่าต้องให้ตนเองมาดำเนินการติดต่อกับธนาคารที่ จ.ชัยภูมิด้วยตัวเอง ที่จะต้องเสียค่าเครื่องบินกลับมาแต่ละครั้งกว่า 120,000 บาท ตนเองจึงแจ้งว่าทางธนาคารทำไมไม่ตรวจสอบชี้แจงอะไรได้ทั้งที่พบว่ามีเงินตนเองหายไปแล้วจำนวนมาก และการเดินทางกลับมาแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายสูง ธนาคารจะช่วยรับผิดชอบอย่างไร
ทางธนาคารดังกล่าวเองกลับไม่ให้คำตอบอะไร ตนเองและสามีจึงเดินทางกลับมาที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อไปติดต่อกับธนาคาร ก็กลับได้รับคำตอบว่าให้มาแจ้งความ แล้วนำเอกสารไปยื่นต่อธนาคาร เพื่อขอตรวจสอบและเพื่อความสะดวกที่ตนเองและสามีชาวสวีเดน ที่มาเมืองไทยแต่ละครั้งจะเสียรายได้ตามมาอีกเป็นจำนวนมากหลายแสนบาท จึงได้ขอให้มีการมอบอำนาจให้ลูกสาวดำเนินการเรื่องนี้ติดต่อกับธนาคารแทน
ซึ่งมีการยื่นเรื่องไปถึงธนาคาร มา 2 ครั้งแล้ว มาตั้งแต่วันที่ 18 ก.ย.2561 จนมาครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา ทางธนาคารก็ยังไม่มีการดำเนินการที่จะติดตามเงินที่หายไปจากบัญชีและตอบเราได้
ซึ่งเราต้องการเงินคืนที่หายไปจากบัญชีเท่านั้น และที่ฝากเงินไว้ก็เพราะเชื่อมั่นว่าธนาคารดังกล่าว จะช่วยเก็บรักษาไว้ให้เราได้ แต่เมื่อเกิดเรื่องลักษณะนี้ขึ้น เราในฐานะลูกค้าและสามีชาวต่างชาติสวีเดน ก็รู้สึกไม่ดี และเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อธนาคารดังกล่าวมาก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งติดตามเงินมาคืนและให้ความกระจ่างเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้นี้โดยเร็วด้วย