เหตุระทึกดังกล่าว เกิดขึ้นภายในวัดพระยาทำวรมหาวิหาร ขณะที่ช่างรับเหมาและคนงานกำลังทำการบูรณะซ่อมแซมหอระวัง หรือที่ชาวบ้านเรียกติดปากว่าเจดีย์ขนาดยักษ์ อายุกว่า 100 ปี ซึ่งได้ทำการซ่อมแซมมาตั้งแต่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนมกราคมปีหน้า
โดยเหตุการเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อช่วงเช้า มีการจัดพิธีบวงสรวงเจดีย์และรูปปั้นยักษ์ โดยช่างซ่อมเค้าก็เอาคานเหล็กเข้าไปดีดใต้ฐานเจดีย์ที่มีน้ำหนักประมาณ 100 ตัน ให้มีความสูงขึ้นทีละ 1 เซนติเมตร แต่ปรากฎว่าคานเหล็กที่ใช้ดีดตัวเจดีย์เกิดเลื่อน ทำให้เจดีย์เอียงรูปปั้นยักษ์และยอดเจดีย์ ค่อยๆหักและยุบตัวลงมาทับช่างที่อยู่ใต้ฐาน
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมด้วยอาสาสมัครกู้ภัย ได้นำอุปกรณ์ตัดถ่างและเครื่องช่วยชีวิตเข้ามาช่วยเหลือ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง จึงสามารถนำช่างที่ถูกยอดเจดีย์ทับร่างออกมาได้ ก่อนส่งตัวไปยังโรงพยาบาล
ทางด้านแม่ค้าขายก๋วยจั๊บ ด้านหน้าหอระฆัง กล่าวว่า หอระฆังดังกล่าวมีการบูรณะมาประมาณ 3 เดือน มีเจ้าหน้าที่กรมศิลป์ มาควบคุมดูแลตลอดทุกวัน โดยเฉพาะวันนี้มีเจ้าหน้าที่ชุดใหญ่จากกรมศิลป์ มาดูแลการบูรณะตั้งแต่เช้า จนก่อนเที่ยงวันนี้ได้ยินเสียงช่างก่อสร้างส่งเสียงนับ 1 2 3 ยก ก่อนที่จะมีปูนแตกหักโดยยอดหอระฆังหักโค่นลงมาก่อน ตามด้วยปีกครุฑ จากนั้นได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือโหยหวน
ด้านนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จะเดินทางเข้าไปยังวัดพระยาทำวรวิหาร เพื่อตรวจสอบจุดที่เจดีย์ได้ทรุดตัวลง พร้อมด้วยวิศวกรของกรมศิลปากร ให้เข้าตรวจสอบสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยทางอธิบดีกรมศิลปากร ยืนยันว่า เจดีย์นี้เป็นโครงการบูรณะในงบประจำปีของกรมศิลปากรจริง
สำหรับหอระฆังนี้มีบันทึกหลักฐานปรากฏตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 แต่ชาวบ้านในพื้นที่คาดว่าอาจถูกสร้างมาก่อนสมัยธนบุรี มีสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูน ตกแต่งด้วยถ้วยกระเบื้องจีนมีรูปปั้นปฏิมากรรมเป็นยักษ์ 4 ตน ยืนอยู่ด้านละ 1 ตน เหมือนคอยเฝ้ารักษาหอระฆัง ชาวบ้านจึงนิยมเรียนกันว่า เจดีย์ยักษ์ หรือ กุฏิยักษ์ มีขนาดโดยรอบ 10 วา สูง 12 วา 3 ศอก เคยได้รับการบูรณะปฎิสังขรณ์มาแล้วครั้งหนึ่งในปี 2537แล้วมาบูรณะฯอีกในปีนี้
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่เขตบางกอกน้อย ได้ทำการปิดกั้นที่เกิดเหตุไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในภายในเนื่องจากเกรงว่าจะได้รับอันตราย ขณะเดียวกันก็รอให้เจ้าหน้าที่โยธา กรมศิลปากรมาตรวจสอบความเสียหาย และจะได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาทำการสอบปากคำ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป