อดีตประธานคณะกรรมการมรรยาท สภาทนายความ ศาสตราจารย์ สิทธิโชค ศรีเจริญ บอกว่า ทนายความต้องไม่ใช่สื่อเพื่อโฆษณาตัวเอง ต้องประกอบวิชาชีพด้วยความยุติธรรม รักษาประโยชน์และความลับของลูกความ ไปร้องเรียนสื่อให้ทำข่าวไม่เหมาะไปร้องที่สภาทนายความดีกว่ามีทางแก้ปัญหาให้ ทำแบบนี้ทำให้ประชาชนไขว้เขว้ในการทำหน้าที่ของทนาย ทนายความไม่มีหน้าที่ไปร้องเรียนสื่อ หน้าที่ทนายความคือการแก้ต่างให้ลูกความด้วยการใช้กฎหมาย ทำแบบนี้คนในวิชาชีพเดียวกันไม่ยอมรับ
ศาสตาจารย์สิทธิโชค บอกว่า สมัยที่ตัวท่านเอง ยังเป็นประธานคณะกรรมการ สภาทนายความ เคยเรียก ทนายความที่มีพฤติกรรมเดินสายร้องเรียนสื่อมาสอบถามเหตุผล ว่าทำไปเพื่ออะไร เพื่อประโยชน์ของลูกความหรือเปล่า หรือเพราะทำให้ตัวเองมีชื่อเสียงโด่งดัง หรือไปร้องเรียนเพื่อกลั่นแกล้งคนอื่นหรือเปล่า ทำไมไม่ทำหน้าที่ตามงานวิชาชีพที่ควรทำ ก็คือพาลูกความไปยื่นฟ้องต่อศาล และเคทนี้ก็ถูกลงโทษโดยการว่ากล่าวตักเตือนไปและกำชับไม่ให้ทำอีก เพราะเป็นการทำผิด ของทนายความ
สำหรับทนายความที่ทำผิด สภาทนายความ มีหลักเกณฑ์ลงโทษอยู่ 3 ระดับ ระดับแรกทำผิดไม่ร้ายแรง มีโทษว่ากล่าวตักเตือน ระดับที่ 2 พักใบอนุญาตไม่เกิน 3 ปี สำหรับทนายความที่ทำผิด ร้ายแรง อาทิ ทนายที่โฆษณาอวดอ้างตัวเองว่าเก่งอย่างโน้นเก่งอย่างนี้เพื่อให้ลูกความจ้างเป็นทนาย รวมไปถึงการแอบอ้างว่าตัวเองรู้จักกับเจ้าหน้าที่คนนั้นคนนี้ สามารถวิ่งเต้นช่วยเหลือคดีได้ รวมทั้งพวกที่หลอกเอาเงินลูกความแล้วเบี้ยวไม่ยอมไปว่าความในศาลให้ พวกนี้ถือเป็นความผิดร้ายแรง มีโทษถึงขั้นถูกลบชื่อออกจากทะเบียนผู้ประกอบวิชาชีพทนายความตลอดชีวิต ไม่สามารถกลับมาเป็นทนายความได้อีก
สำหรับกรณีที่มีคนที่ไปแอบอ้างเป็นทนายความ ทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นทนายความ เรื่องนี้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้เสียหายที่ถูกหลอกสามารถมาแจ้งเรื่องที่สภาทนายความให้ดำเนินคดีตามกฎหมายได้ทันที เพราะเรื่องนี้ทำให้สภาทนายความเสื่อมเสียชื่อเสียง 3 ระดับ