ส่วนตัวบุคคลผู้สมัครส.ส.นั้น ยังไม่ได้มีการประชุม มาแค่เยี่ยมสาขาพรรคตรวจความพร้อม เท่าที่ทราบ พรรคเราตั้งใหม่ ยังไม่เคยส่งผู้แทนลงสมัครเลย ในอดีตเคยจะส่งลงส.ส.แล้ว แต่มีการปั่นป่วนการเลือกตั้ง จึงไม่ได้ส่งส.ส.ลงสมัคร ตอนนั้นตนยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ แต่เมื่อมีเหตุการณ์ยึดอำนาจอีก ก็ยังไม่ได้ส่งส.ส. ช่วงนั้นตนก็เลยลาออกจากพรรคเลย มาตอนนี้เมื่อคลายล็อค ตนก็กลับมาเป็นสมาชิกพรรคอีก
สำหรับแนวนโยบายนั้น ความยากจนมาอันดับแรก หยุดความยากจน หยุดผู้มีอิทธิพลและยาเสพติด หยุดการคอรัปชั่น หยุดเผด็จการ หยุดไฟใต้ และหยุดแยกสีเสื้อ
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า มีกลุ่มผู้สนับสนุนเป็นตำรวจเก่าหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบว่า ประชาชนทั่วไป ที่เขารู้จักตนตั้งแต่ตอนรับราชการตำรวจ กระทั่งเกษียณจนถึงปัจจุบัน ส่วนจะเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ต้องรอพรรคประชุมใหญ่ก่อนในเดือนตุลาคมนี้ และก็อยู่ที่พรรค ว่าจะเลือกตนหรือไม่ แต่ผมคงไม่เหนื่อยเหมือนคุณอภิสิทธิ์หรอก แต่พรรคเราก็เป็นประชาธิปไตยนั้น ขึ้นอยู่กับการประชุมใหญ่ของพรรคว่าจะเลือกตนมาเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่
"กระแสของตนก็ฟีเวอร์พอสมควรนะ ที่ตนแสดงความเห็นมาต่าง ๆ มาตลอด ไม่ได้เกรงกลัวเผด็จการอะไรทั้งสิ้ง ทั้งผมเอง คุณประวิทย์ คุณประยุทธ คุณอนุพงษ์ ก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตั้งแต่นุ่งขาสั้นกันมา โรงเรียนต่าง ๆ เขาก็สอนมาดี เราต้องเป็นสุภาพบุรุษ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในเครื่องแบบตำรวจ ทหาร ต้องเป็นสุภาพบุรุษ รักษากฎกติกาไม่ให้มีการเอาเปรียบกัน" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว